อธิบดีเจ้าท่า เผยคืบหน้าแจงงบขุดลอกและบำรุงรักษา ปี2563 ฉลุย! เตรียมความพร้อมช่วยเหลือประชาชนประสบอุทกภัยในภาคเหนือต่อไป

อธิบดีเจ้าท่า เผยคืบหน้าแจงงบขุดลอกและบำรุงรักษา ปี2563 ฉลุย! เตรียมความพร้อมช่วยเหลือประชาชนประสบอุทกภัยในภาคเหนือต่อไป

เมื่อวันที่ 23 สิงหาคม 2563 นายวิทยา ยาม่วง อธิบดีกรมเจ้าท่า เปิดเผยว่า ตามที่กรมเจ้าท่าได้รับจัดสรรงบประมาณในการขุดลอกและบำรุงรักษาแม่น้ำยม แม่น้ำน่าน และแม่น้ำวัง ปีงบประมาณ พ.ศ.2563 ซึ่งการขุดลอกสามารถเพิ่มพื้นที่หน้าตัดลำน้ำเพิ่มการระบายน้ำได้ดี และกระแสน้ำไม่ไหลเปลี่ยนทิศทางเข้ากัดเซาะตลิ่ง โดยมีอัตราการไหลเฉลี่ยในแม่น้ำยม อ.ลอง จ.แพร่ 420 ลบ.ม/วินาที , แม่น้ำยม อ.วังชิ้น จ.แพร่ 910 ลบ.ม/วินาที , แม่น้ำยม อ.หน่องม่วงไข่ จ.แพร่ 360 ลบ.ม/วินาที ,แม่น้ำน่าน อ.เวียงสา จ.น่าน 420 ลบ.ม/วินาที และแม่น้ำวัง อ.เถิน จ.ลำปาง 400 ลบ.ม/วินาที 

ซึ่งจากการตรวจสอบพื้นที่ของสำนักงานพัฒนาและบำรุงรักษาทางน้ำที่ 7(เชียงใหม่) พบว่าบริเวณที่ได้ขุดลอกแล้วสามารถระบายน้ำได้ดีและทำให้ระดับน้ำไม่เอ่อล้นเข้าท่วมพื้นที่บ้านเรือนประชาชน ส่วนนอกพื้นที่ขุดลอกยังมีพื้นที่ได้รับผลกระทบจากปัญหาอุทกภัยปริมาณน้ำเข้าท่วมพื้นที่การเกษตร และบ้านเรือนประชาชน  

ทั้งนี้ กรมเจ้าท่า โดยสำนักงานพัฒนาและบำรุงรักษาทางน้ำที่ 7 (เชียงใหม่) และสำนักงานเจ้าท่าภูมิภาคที่ 1 และสาขาได้ดำเนินการเตรียมความพร้อมเรือพระราชทานจำนวน 2 ลำ และเรือท้องแบน 4 ลำ พร้อมเจ้าหน้าที่ เพื่อออกปฏิบัติการช่วยเหลือประชาชนที่ประสบอุทกภัยในภาคเหนือต่อไป  

สำนักงานพัฒนาและบำรุงรักษาทางน้ำที่ 7

โทรศัพท์ : 053-223312

โทรสาร : 053-223314

อีเมล : cdmc@md.go.th

เว็บไซต์ : https://www.md.go.th/central/cdnm_bureau/cdnm_office7/

ร้อยเอ็ด…อำเภอธวัชบุรี จัดกิจกรรมใส่โสร่ง นุ่งซิ่นไหม นั่งสาด ตักบาตรรอบองค์ปรางกู่ ปันน้ำใจสู่ชุมชน

ร้อยเอ็ด…อำเภอธวัชบุรี จัดกิจกรรมใส่โสร่ง นุ่งซิ่นไหม นั่งสาด ตักบาตรรอบองค์ปรางกู่ ปันน้ำใจสู่ชุมชน

               เมื่อเวลา 08.30 น.วันที่ 22 สิงหาคม 2563 นายวิรุฬห์ คำแหง นายอำเภอธวัชบุรี เป็นประธานการจัดกิจกรรมใส่โสร่ง นุ่งซิ่นไหม นั่งสาด ตักบาตรพระสงฆ์ รอบองค์ปรางค์กู่ ปันน้ำใจสู่ชุมชน ครั้งที่ 1 ปี 2563 ที่ บริเวณปรางค์กู่ วัดศรีรัตนาราม บ้านปรางค์กู่ ตำบลมะอึ อำเภอธวัชบุรี จังหวัดร้อยเอ็ด โดยมี พระครูเอกุตตรสตาธิคุณ เจ้าคณะอำเภอธวัชบุรี เป็นประธานฝ่ายสงฆ์ มี ชาวชุมชนคุณธรรมบ้านปรางค์กู่เข้าร่วมกิจกรรมเป็นจำนวนมาก 

          ทั้งนี้ สภาวัฒนธรรมอำเภอธวัชบุรี ร่วมกับชุมชนคุณธรรมขับเคลื่อนด้วยพลัง บวร เทศบาล ตำบลมะอึ ศูนย์ศึกษาพระพุทธศาสนาวันอาทิตย์วัดศรีรัตนาราม โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลชุมชนบ้านปรางค์กู่ โรงเรียนผู้สูงอายุเพิ่มสุขตำบลมะอึ หน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชนในพื้นที่ จัดกิจกรรมใส่โสร่ง นุ่งซิ่นไหม นั่งตักบาตรพระสงฆ์รอบองค์ปรางค์กู่ ปันน้ำใจสู่ชุมชน ครั้งที่ 1 ประจำปี 2563 เพื่อสนองนโยบายรัฐบาลในการขับเคลื่อนการดำเนินงานสร้างความเข้มแข็ง ของพลัง บวร (บ้าน วัด โรงเรียน) เพื่อความมั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืน ของชุมชนคุณธรรมน้อมนำหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ที่มุ่งหวังให้คนไทยทุกครอบครัวมีคุณธรรม มีความจงรักภักดีต่อสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ มีความสมานฉันท์ ยึดมั่นในหลักธรรมคำสอนทางศาสนา น้อมนำเอาหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง และวิถีวัฒนธรรมไทยที่ดีงามมาใช้ในการดำรงชีวิต

          กิจกรรมในครั้งนี้ มีชาวชุมชนคุณธรรมน้อมนำหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงบ้านปรางค์กู่ ร่วมกัน ใส่โสร่ง นุ่งซิ่นไหม มาร่วมนั่งสาด ตักบาตรพระสงฆ์ รอบองค์ปรางค์กู่ เพื่อเป็นการสืบทอด ประเพณีวัฒนธรรมอันดีงามของท้องถิ่น  และเป็นการส่งเสริมการท่องเที่ยวของชุมชน อันจะนำไปสู่การท่องเที่ยวของจังหวัดร้อยเอ็ดอย่าง ยั่งยืน จำนวนมาก

///////

คมกฤช พวงศรีเคน ข่าว/ภาพ

อำนวย ระดาบุตร บก.ข่าว

สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดร้อยเอ็ด

กฟผ. และ บริษัท ซีคอท จำกัด ร่วมเปิดการประชุม “รับฟังความคิดเห็นของประชาชน ครั้งที่ 2 โครงการโรงไฟฟ้าพระนครเหนือ (ส่วนเพิ่ม) ระยะที่ 1”

กฟผ. และ บริษัท ซีคอท จำกัด ร่วมเปิดการประชุม “รับฟังความคิดเห็นของประชาชน ครั้งที่ 2 โครงการโรงไฟฟ้าพระนครเหนือ (ส่วนเพิ่ม) ระยะที่ 1” เพื่อทำรายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม (EIA) ให้สมบูรณ์ เพื่อประโยชน์ของประชาชน และความมั่นคงของระบบไฟฟ้าในเขตนครหลวง

วันเสาร์ที่ 22 สิงหาคม 2563 ณ ห้องประชุมใหญ่ อาคาร 2 ชั้น 5 สำนักงานเทศบาลนครนนทบุรี อำเภอเมืองนนทบุรี จังหวัดนนทบุรี การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) โดย บริษัท ซีคอท จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทที่ปรึกษา จัดเวทีประชุมรับฟังความคิดเห็นของประชาชน ครั้งที่ 2 ต่อการจัดทำร่างรายงานและมาตรการป้องกันและแก้ไขผลกระทบสิ่งแวดล้อมและมาตรการติดตามตรวจสอบผลกระทบสิ่งแวดล้อม ในรายงาน EIA (Environmental Impact Assessment) โครงการโรงไฟฟ้าพระนครเหนือ (ส่วนเพิ่ม) ระยะที่ 1 โดยมีนางสาวทิพย์อาภา ยลธรรม์ธรรม ผู้อำนวยการสำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดนนทบุรี เป็นประธานเปิดงาน, นางศรีวรรณ บูรณโชคไพศาล ผู้ช่วยผู้ว่าการแผนงานโรงไฟฟ้า กฟผ. กล่าวรายงาน, นายสมรักษ์ เพ็ชรเจริญ ผู้ช่วยผู้ว่าการวิศวกรรมและก่อสร้างโรงไฟฟ้า กฟผ. และประชาชนในพื้นที่ศึกษาโครงการฯ ส่วนราชการ หน่วยงานรัฐวิสาหกิจ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ภาคเอกชน สถาบันการศึกษา องค์กรพัฒนาเอกชน ผู้นำศาสนา สื่อมวลชน และประชาชนที่สนใจเข้าร่วมรับฟังความคิดเห็น จำนวน 635 คน มีผู้แสดงความคิดเห็นด้วยวาจา จำนวน 11 คน

นางสาวทิพย์อาภา ยลธรรม์ธรรม ผู้อำนวยการสำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดนนทบุรี กล่าวว่า “พลังงานไฟฟ้านับเป็นปัจจัยสำคัญในการพัฒนาของประเทศ ซึ่งภาคอุตสาหกรรม ภาคการผลิต ภาคการบริการ รวมทั้งการดำเนินชีวิตของคนในยุคปัจจุบันล้วนพึ่งพาพลังงานไฟฟ้าทั้งสิ้น การพัฒนาโครงการใด ๆ ควรปฏิบัติตามมาตรการในรายงาน EIA และดูแลเศรษฐกิจในภาพรวม คุณภาพชีวิต สังคม สิ่งแวดล้อม เพื่อคนรุ่นหลังต่อไป สำหรับการประชุมรับฟังความคิดเห็นของประชาชน ครั้งที่ 2 ของโครงการโรงไฟฟ้าพระนครเหนือ (ส่วนเพิ่ม) ระยะที่ 1 ในครั้งนี้ จัดขึ้นเพื่อให้ประชาชนได้ร่วมตรวจสอบความถูกต้องและความครบถ้วนสมบูรณ์ของร่างรายงานฯ รวมถึงได้รับทราบข้อมูล ข้อเท็จจริง เปิดโอกาสรับฟังข้อคิดเห็น อันแสดงถึงการมีส่วนร่วมในการพัฒนาโครงการร่วมกับ กฟผ. ต่อไป”

​นายขรรชัย เกรียงไกรอุดม ผู้เชี่ยวชาญด้านสิ่งแวดล้อม บริษัท ซีคอท จำกัด กล่าวว่า “การจัดรับฟังความคิดเห็นในครั้งนี้ บริษัทฯ ได้นำเสนอรายละเอียดโครงการ ผลการศึกษาการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม และมาตรการป้องกันและแก้ไขผลกระทบสิ่งแวดล้อมและมาตรการติดตามตรวจสอบคุณภาพสิ่งแวดล้อมในทุกมิติ พร้อมเปิดโอกาสให้ประชาชนในพื้นที่ศึกษาโครงการฯ รวมถึงผู้มีส่วนได้เสียและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้ร่วมตรวจสอบความถูกต้องและความครบถ้วนสมบูรณ์ของร่างรายงานฯ รวมถึงแสดงข้อคิดเห็นหรือข้อเสนอแนะเพิ่มเติมจากการจัดรับฟังความคิดเห็นของประชาชน ครั้งที่ 1 เมื่อวันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2563 และได้ดำเนินการสำรวจและรับฟังความคิดเห็นของประชาชน ในขั้นตอนการประเมินและจัดทำรายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม เมื่อเดือนมีนาคม ถึงเดือนกรกฎาคม 2563”

​“สำหรับการจัดรับฟังความคิดเห็นในครั้งที่ 2 สิ่งที่ประชาชนยังมีความกังวล ได้แก่ การดูแลผลกระทบสิ่งแวดล้อม ด้านคุณภาพอากาศ ฝุ่น เสียงจากการก่อสร้าง การจัดการน้ำที่ระบายออกจากโรงไฟฟ้า การดูแลมลภาวะที่เกิดจากการดำเนินงานของโรงไฟฟ้า การเปิดโอกาสให้ชุมชนเข้ามามีส่วนร่วมในการบริหารกองทุนพัฒนาโรงไฟฟ้า ฯลฯ ซึ่งทุกข้อคิดเห็นและข้อเสนอแนะของประชาชนจะเป็นประโยชน์ในการนำไปปรับปรุงรายงานการประเมินผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม (EIA) โครงการโรงไฟฟ้าพระนครเหนือ (ส่วนเพิ่ม) ระยะที่ 1 ให้มีความครบถ้วนสมบูรณ์ เพื่อนำเสนอสำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (สผ.) พิจารณาต่อไป”

และ นางศรีวรรณ บูรณโชคไพศาล ผู้ช่วยผู้ว่าการแผนงานโรงไฟฟ้า กฟผ. กล่าวว่า “ขอขอบคุณผู้เข้าร่วมประชุมที่แสดงความคิดเห็น ข้อเสนอแนะ ซึ่ง กฟผ. และบริษัทที่ปรึกษาจะรวบรวมความเห็น ไปจัดทำรายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม และมาตรการด้านต่างๆ ที่เกี่ยวข้องให้มีความสมบูรณ์และครอบคลุมเหมาะสมกับประชาชนในพื้นที่ให้มากที่สุด
สำหรับโครงการโรงไฟฟ้าพระนครเหนือ (ส่วนเพิ่ม) ระยะที่ 1 เป็นโครงการที่ถูกบรรจุไว้ในแผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้าของประเทศไทย พ.ศ. 2561-2580 หรือ PDP2018 เพื่อเป็นการเสริมความมั่นคงระบบไฟฟ้าในระยะยาวของเขตนครหลวงและปริมณฑล ซึ่งเป็นพื้นที่ที่มีความสำคัญเป็นศูนย์กลางทางเศรษฐกิจของประเทศ จำเป็นต้องมีกำลังผลิตไฟฟ้าในพื้นที่ให้เพียงพอต่อความต้องการเพราะหากเกิดเหตุสุดวิสัยอาจส่งผลกระทบต่อความมั่นคงของระบบไฟฟ้าได้ ดังนั้น กฟผ. จึงได้พัฒนาโครงการฯ เพื่อเสริมความมั่นคงและตอบสนองความต้องการใช้ไฟฟ้าที่เพิ่มขึ้น โดยโครงการโรงไฟฟ้าพระนครเหนือ (ส่วนเพิ่ม) ระยะที่ 1 มีกำลังผลิตติดตั้งสูงสุด 830 เมกะวัตต์ ใช้ก๊าซธรรมชาติเป็นเชื้อเพลิง มีกำหนดจ่ายไฟฟ้าเข้าระบบเชิงพาณิชย์ (Commercial Operation Date: COD) ในปี พ.ศ. 2571 โดยจะก่อสร้างบริเวณพื้นที่โรงไฟฟ้าพระนครเหนือปัจจุบัน ณ สำนักงานกลาง กฟผ. อำเภอบางกรวย จังหวัดนนทบุรี เนื่องจากมีความพร้อมในด้านพื้นที่และระบบส่งไฟฟ้าที่มีอยู่เดิม ทำให้ต้นทุนการผลิตไฟฟ้ามีราคาถูกลง จึงไม่เป็นภาระค่าไฟฟ้าของประชาชน”

​ทั้งนี้ ประชาชนทุกภาคส่วนสามารถแสดงความคิดเห็นต่อเนื่องได้จนถึงวันที่ 31 สิงหาคม 2563 ได้ที่ แผนกประชาสัมพันธ์และชุมชนสัมพันธ์ โรงไฟฟ้าพระนครเหนือ กฟผ. โทรศัพท์ 0-2436-7855 E-mail: viphob.p@egat.co.th หรือ แผนกสิ่งแวดล้อมโรงไฟฟ้าก๊าซและน้ำมัน ฝ่ายสิ่งแวดล้อมโครงการ กฟผ. โทรศัพท์ 0-2436-0816, 0-2436-0813 E-mail: nickarin.p@egat.co.th, pornsarin.t@egat.co.th หรือ น.ส.จันทิมา ยะนิล และน.ส.ฟาเดีย เชิญถนอมวงศ์ บริษัท ซีคอท จำกัด เลขที่ 239 ถนนริมคลองประปา แขวงบางซื่อ เขตบางซื่อ กรุงเทพฯ 10800 โทรศัพท์ 0-2959-3600 ต่อ 410, 413 และ 418 หรือ โทรสาร 0-2959-3535 หรือ E-mail: eedmail@secot.co.th

สมาคมหนังสือพิมพ์ส่วนภูมิภาคแห่งประเทศไทย (สภท.55ปี)

ภาพ-ข่าว : กฤษติน นิลมานนท์

“ชัช เตาปูน”เสนอนำรายได้จากสลากกินแบ่งรัฐบาลตั้งกองทุนแก้ไขปัญหาหนี้ให้กับประชาชน

“ชัช เตาปูน”เสนอนำรายได้จากสลากกินแบ่งรัฐบาลตั้งกองทุนแก้ไขปัญหาหนี้ให้กับประชาชน

วันที่ 22 สิงหาคม 63 นายชัชวาลล์ คงอุดม หัวหน้าพรรคพลังท้องถิ่นไท (ในฐานะกรรมาธิการแก้ไขปัญหาหนี้แห่งชาติ สภาผู้แทนราษฏร )นำคณะลงพื้นที่จังหวัดบุรีรัมย์เพื่อรับฟังปัญหาจากตัวแทนเกษตกร 18 จังหวัด ว่า "อะไรคือต้นเหตุของการเป็นหนี้เกษตรกร "โดยมีตัวแทนจากสมาคมชาวนาและเกษตรกร นำเสนอปัญหาเรื่องน้ำและต้นทุนการเพาะปลูกเป็นจุดเริ่มต้นของปัญหาหลักดังกล่าวโดยที่ประชุมมีความเห็นว่ารัฐบาลต้องเร่งจัดทำแหล่งน้ำขนาดเล็กให้มากขึ้น เช่นธนาคารน้ำใต้ดิน ฝายชลอน้ำ แหล่งน้ำขนาดเล็ก เพื่อให้เกษตรมีน้ำใช้เข้าถึงระดับครัวเรือน ส่วนต้นทุนการเพาะปลูกรัฐต้องเป็นผู้สนับสนุนเกษตรโดยตรงไม่ใช่ปล่อยให้พ่อค้าคนกลางเป็นคนจัดการ ซึ่งจะทำให้เกษตรกรโดนเอารัดเอาเปรียบได้

ด้านนายชัชวาลล์ คงอุดม กล่าวว่ารัฐบาลต้องเร่งจัดการให้มีกองทุนเพื่อสนับสนุนต้นทุนการเพาะปลูกของเกษตรกร โดยเสนอให้นำรายได้จากสลากกินแบ่งรัฐบาลส่วนหนึ่งมาจัดตั้งกองทุนเพื่อช่วยเหลือปัญหาหนี้ของเกษตรกรในระยะยาว

“กรมเจ้าท่า” ได้จัดงานแถลงผลการป้องกันการกัดเซาะ ชายฝั่งที่เป็นความภาคภูมิใจ และก้าวต่อไป โดยมีอธิบดีกรมเจ้าท่าเป็นประธานในการแถลง

“กรมเจ้าท่า” ได้จัดงานแถลงผลการป้องกันการกัดเซาะ ชายฝั่งที่เป็นความภาคภูมิใจ และก้าวต่อไป โดยมีอธิบดีกรมเจ้าท่าเป็นประธานในการแถลง

 เมื่อวันที่ 21 สิงหาคม 2563  กรมเจ้าท่า ร่วมกับ บริษัท เอส ซี จี 1995 จำกัด  ได้จัดกิจกรรมแถลงผลงานการป้องกันการกัดเซาะ ชายฝั่งที่เป็นความภาคภูมิใจ และก้าวต่อไปของกรมเจ้าท่า โดยมีนายวิทยา ยาม่วง อธิบดีกรมเจ้าท่า เป็นประธานในการแถลง พร้อมด้วย

นายสมพงษ์ จิรศิริเลิศ รองอธิบดีกรมเจ้าท่า

นายวรรณชัย บุตรทองดี ผู้อำนวยการกองวิศวกรรม

และนายบัลลังก์ เมี่ยงบัว วิศวกรโยธาชำนาญการ โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อแถลงผลงานการป้องกันการกัด เซาะชายฝั่งที่ผ่านมา และก้าวต่อไปของกรมเจ้าท่าที่จะดำเนินในอนาคตด้วยการบูรณาการร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง มีแนวคิดให้โครงสร้างแข็งที่มีอยู่เดิม และที่กำลังก่อสร้างใหม่ ให้เป็นโครงสร้างเขียว ส่งเสริมและ มุ่งเน้นการแก้ปัญหาการกัดเซาะชายฝั่งด้วยโครงสร้างอ่อน เช่น การเสริมทรายชายหาด โดยมีหาดพัทยาเป็น ต้นแบบ ไปยังหาดอื่นๆ ที่เป็นแหล่งท่องเที่ยวที่สำคัญของประเทศต่อไป เช่น หาดจอมเทียน หาดบางแสน หาดชะอำ หาดเขาหลัก และหาดสมิหลา เป็นต้น พร้อมทั้งเปิดตัวโครงการก่อสร้างกำแพงป้องกันการกัดเซาะ ชายฝั่ง บริเวณหมู่ 5 ตำบลท่าชนะ อำเภอท่าชนะ จังหวัดสุราษฎร์ธานี ที่กรมเจ้าท่าได้รับงบประมาณให้ ดำเนินการก่อสร้างเพื่อช่วยเหลือรักษาชายฝั่ง และบรรเทาความเดือนร้อนให้กับราษฎรในพื้นที่ที่ประสบปัญหา การกัดเซาะอย่างรุนแรง 

 กรมเจ้าท่า ถือเป็นหน่วยงานหนึ่งที่มีบทบาท หน้าที่ และภารกิจตามแผนยุทธศาสตร์ชาติ ซึ่งมี เป้าหมาย 20 ปี ยุทธศาสตร์ที่5  ด้านการสร้างการเติบโตบนคุณภาพชีวิตที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ประเด็นสร้าง

การเติบโตอย่างยั่งยืนบนสังคมเศรษฐกิจภาคทะเล  โดยการฟื้นฟูชายหาดที่เป็นแหล่งท่องเที่ยว ชายฝั่งทะเลได้รับ การป้องกัน และแก้ไขทั้งระบบ และมีนโยบายการจัดการชายฝั่งแบบบูรณาการอย่างเป็นองค์รวม       จากสถานการณ์ชายฝั่งทะเลของไทย ซึ่งมีความยาว 3,148 กิโลเมตร ตั้งแต่ในอดีตถึงปัจจุบันประสบปัญหาการ กัดเซาะชายฝั่งรวม 830 กิโลเมตร ซึ่งมีสาเหตุจากธรรมชาติที่มีแนวโน้มรุนแรงมากขึ้น และจากการกระทำของ มนุษย์ที่มีการใช้ประโยชน์ และมีกิจกรรมทางทะเลเพิ่มมากขึ้น  ส่งผลกระทบต่อการใช้ประโยชน์ของมนุษย์อย่าง หลีกเลี่ยงได้ยาก และหากปล่อยให้กระบวนการนี้เป็นไปโดยไม่มีการป้องกัน แก้ไข ก็จะยิ่งส่งผลกระทบต่อทั้งชีวิต และทรัพย์สินของทั้งภาครัฐและเอกชน กรมเจ้าท่าจึงได้เริ่มดำเนินการป้องกัน และแก้ไขปัญหาการกัดเซาะชายฝั่ง อย่างเป็นรูปธรรมมายาวนานกว่า 20 ปี โดยปัจจุบันมีโครงการที่กรมเจ้าท่าดำเนินการก่อสร้างแล้วเสร็จ       รวมระยะทางประมาณ 102 กิโลเมตร โครงการที่อยู่ระหว่างการด าเนินการก่อสร้าง ระยะทางประมาณ 16 กิโลเมตร คิดเป็น 14.2 % ของพื้นที่ที่ประสบปัญหาทั้งหมด 830 กิโลเมตร และในอนาคต กรมเจ้าท่า       จะดำเนินการแก้ไขปัญหาโดยใช้โครงสร้างแข็ง ในพื้นที่กัดเซาะจำเป็นเร่งด่วน และจะมุ่งเน้นการแก้ไขปัญหากัด เซาะรูปแบบอ่อนด้วยการเสริมทรายชายหาด (Beach Nourishment) ในชายหาดท่องเที่ยวที่ประสบปัญหา   กัดเซาะ ซึ่งเป็นรูปแบบที่เหมาะสม และมีผลกระทบน้อย ช่วยส่งเสริมอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว ก่อให้เกิดการ จ้างงาน และกระจายรายได้ลงสู่ชุมชนได้อีกทางหนึ่งด้วย นับเป็นการบูรณาการแนวทางการแก้ไขปัญหากัดเซาะ ชายฝั่งได้อย่างยั่งยืน 

  โดยกิจกรรมภายในงานวันนี้ ประกอบด้วยการจัดนิทรรศการ และวีดีทัศน์แสดงผลงานการ

ป้องกันแก้ไขปัญหาการกัดเซาะชายฝั่งที่เป็นที่ภาคภูมิใจของกรมเจ้าท่า และการตอบข้อซักถามของสื่อมวลชน และผู้เข้าร่วมกิจกรรมซึ่งเป็นผู้แทนจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง 

งาน “Thailand e-Commerce (Hackathon) 2020” ปรากฎการณ์งานอีคอมเมิร์ซยิ่งใหญ่ที่สุดแห่งปี

งาน “Thailand e-Commerce (Hackathon) 2020” ปรากฎการณ์งานอีคอมเมิร์ซยิ่งใหญ่ที่สุดแห่งปี ชวนคนรุ่นใหม่ อย่าลังเลที่จะรวย…อีคอมเมิร์ซไทยต้องบูมที่รุ่นเรา!

กรมพัฒนาธุรกิจการค้ำ กระทรวงพาณิชย์ ร่วมกับหน่วยงานพันธมิตรชั้นนำด้านอีคอมเมิร์ซ จัดมหกรรมศูนย์กลางอีคอมเมิร์ซ “Thailand e-Commerce (Hackathon) 2020” สร้างปรากฏการณ์ “รวมพลคนดิจิทัล” อย่างยิ่งใหญ่ ภายใต้แนวคิด New Normal New Digital ชูไฮไลท์ 5 โชนเด่น e-Commerce Platform, Get Ready e-Commerce, DBD Pavilion, Start Store Online และ Offline 2 Online Market มุ่งสร้างประสบการณ์ทางการคออนไลน์ พร้อมเชื่อมโยงคนไทยให้ใกล้ชิดเทคโนโลยีดิจิทัลการค้าออนไลน์มากยิ่งขึ้น รองรับยุค New Normal โดยงานจะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 21 – 23 สิงหาคม 2563 ณ MCC Hall ชั้น 4 ศูนย์การค้าเดอะมอลล์

นายวุฒิไกร ลีวีระพันธุ์ อธิบดีกรมพฒนาธุรกิกรค้า เปิดเผยภายหลังเป็นประธานเปิดงาน “Thailand e-Commerce (Hackathon) 2020 ” ณ ชั้น 4 ศูนย์การค้าเดอะมอลล์ บางกะปี ว่า ในวันนี้ (21 สิงหาคม 2563) กรมพัฒนาธุรกิการค้า ร่วมมือกับหน่วยงานภาครัฐและภาคเอกชนต้านอีคอมเมิร์ซจัดงานดังกล่าวเพื่อส่งเสริมและพัฒนาศักยภาพของผู้ประกอบการฐานรากให้สามารถทำการค้าออนไลน์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยได้รวบรวมหน่วยงานด้านการค้าออนไลน์อย่างครบวงจรมาจัดแดงภายในงาน แบ่งเป็น 5 โชนประกอบไปด้วย โซนที่1 e-Commerce
Platform ครอบคลุมทั้ง e-Marketplace, e-Commerce Solution, e- Payment Logistics & Fulfllment และFood Deliver โดยมีสิทธิพิเศษสำหรับงนนี้เท่านั้น เช่น ค่าขนส่งในอัตราพิเศษจาก Thailand Postmart การรับส่งสินค้าราคาพิเศษ และหากสมัครสมาชิกจะได้รับพ้อยท์และลุ้น ชิงโชครับค่าส่งฟรี จาก Kery Express หรือแม้กระทั่งฟรีการแพ็ค 100 กล่องแรก มูลค่า 1,500 บาท จาก MyCloud Fulfillment รวมถึงการจ่าย 1 ได้ถึง 10 บริการ Fulflment เก็บ แพ็ก ส่ง ระบบสถิติ จาก MeowLogis นอกจากนี้ยังมีสิทธิพิเศษจาก Shop@24 ไม่เสียคำเปิดหน้าบัญชี
จากแพลตฟอร์ม และ Mpay ฟรีค่าสมัครค่าเชื่อมต่อระบบ ค่ารายปี รายเดือน รวมถึงสิทธิพิเศษสำหรับผู้ที่สนใจสมัครใช้บริการรับชำระเงินผ่าน Qwik by 2C2P หรือแม้กระทั่งโปรโมชั่นสุดพิเศษจากธนาคารไทยพาณิชย์ กสิกรไทย และกรุงไทย อีกทั้งในโซนที่ 2 Get Ready e-Commerce จะมีการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้และประสบการณ์กับกูรูด้านอีคอมเมิร์ซ และ Influencer เช่น คุณต่อ เพนกวินชาบู คุณเชน ธนา เป็นต้น

อธิบดี กล่าวต่อว่า “ในช่วงสถานการณ์โควิด 19 ส่งผลให้พฤติกรรมของผู้บริโภคเปลี่ยนมาซื้อสินค้าและบริการผ่านช่องทางออนไลน์มากขึ้น และมียอดสั่งซื้อสินค้าทางออนไลน์ที่เติบโตขึ้น ภาคธุรกิจจึงจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องปรับโครงสร้างและรูปแบบการดำเนินธุรกิจเข้าสู่ออนไลน์ เพื่อตอบสนองความต้องการและวิถีการทำธุรกิจออนไลน์อย่างตรงจุด ดังนั้น โชนที่ 3 Start Store Online ได้นำเสนอบริการของอีคอมมิร์ซแบบครบวงจรแก่ผู้เข้าร่วมงาน ได้แก่ การเปิดร้นค้าออนไลน์, การสร้างความมีตัวตนและความนเชื่อถือในการค้าออนไลน์ด้วย เครื่องหมาย DBD Registered, การเขียน Story Telling และการนำเสนอสินค้าด้วยภาพถ่ายที่ดึงดูดใจลูกค้า ทั้งนี้ หากท่านใดยังไม่รู้ว่าจะขายสิค้าอะไ กรมฯ ได้รวบรวมผู้ประกอบการที่ประสบความสำเร็จจกการใช้ช่องทางการค้ามาแสดงใน โชนที่ 4 DB Pavilion เพื่อสร้างแรงบันดาลใจในการทำการค้าออนไลน์และส่งเสริมผู้ประกอบการที่ทำการค้าออนไลน์อยู่ให้ดำเนินธุรกิจได้อย่างต่อเนื่องและมีประสิทธิภาพสูงสุด จึงมีการกระตุ้นตลาดออนไลนให้คึกคักด้วยกโชนที่ 5 Offine 2 Online Maket ซึ่งเป็นการรวบรวมร้านค้าที่ประสบความสำเร็จในโลกออนไลน์กว่า 100 ร้านค้า ซึ่งมีทั้งสินค้า OTOP Select จากกรมพัฒนาธุรกิจการค้า สินค้านวัตกรรม (AP!) จากกรมการค้าต่างประเทศ

สินค้า GI จกกรมทรัพย์สินทางปัญญา มาจำหน่ายสินค้าในรูปแบบออฟไลน์ และมีโปรโมชั่นของร้านค้าบนช่องทางออนไลน์อีกด้วย เช่น คูปองส่วนลดพิเศษสำหรับการซื้อสินค้าที่จำหน่ายในแพลตฟอร์ม Shopee โดยกรอก Code ชื่อ DBD2020 จะได้รับ Coins คืนสูงสุด 50%”

“การจัดกิจกรรมในครั้งนี้ ถือเป็นจุดเริ่มต้นของการพัฒนาผู้ประกอบการฐานราก ให้เล็งเห็นความสำคัญของการนำเทคโนโลยี นวัตกรรม และอีคอมเมิร์ช มาเพื่อพัฒนาศักยภาพตนเอง สินค้าและชุมชนท้องถิ่น ซึ่งจะเป็นแรงขับเคลื่อนที่มีศักยภาพในการใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยี และอีคอมเมิร์ชมาพัฒนาศรษฐกิจของประเทศต่อไป” อธิบดึกล่าวปิดท้าย

สอบถามรายละเอียดและข้อมูลเพิ่มติมได้ กองพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ กรมพัฒนาธุรกิจการค้า สายด่วน 1570
โทรศัพท์หมายเลข 0 2547 5961
Facebook : Thailand e-Commerce Hackathon

เจ้าของวินด์เดิม ทวงหนี้ “นายณพ รองประธานกรรมการบริษัทวินด์ เอนเนอร์ยี จำกัด” ข้ามทวีป 2.1 หมื่นล้านบาท

เจ้าของวินด์เดิม ทวงหนี้ “นายณพ รองประธานกรรมการบริษัทวินด์ เอนเนอร์ยี จำกัด” ข้ามทวีป 2.1 หมื่นล้านบาท

จากกรณีที่นายณพ ณรงค์เดช รองประธานกรรมการและประธานกรรมการบริหารบริษัทวินด์ เอนเนอร์ยี จำกัด แถลงข่าวเมื่อวันที่ 19 ส.ค.ที่ผ่านมาถึงประเด็นข้อพิพาทเรื่องการซื้อขายหุ้นกับนายนพพร ศุภพิพัฒน์ ผู้ก่อตั้งบริษัทและเจ้าของหุ้นเดิม โดยอ้างว่าได้ชำระค่าหุ้นแก่เจ้าของเดิมครบถ้วนแล้ว และคดีความต่าง ๆ ที่มีการฟ้องร้องกันไปมานั้นปัจจุบันหลายคดีสิ้นสุดแล้วและนายณพเป็นฝ่ายชนะทั้งหมด

นายนพพรได้ออกมาโต้ประเด็นดังกล่าวอย่างทันควัน โดยระบุว่าในส่วนเรื่องการชำระค่าหุ้นนั้น จากมูลค่าซื้อขายที่ตกลงกันไว้ที่ 700 ล้านเหรียญสหรัฐ (ประมาณ 2.1 หมื่นล้านบาท) นายณพโดยบริษัท เคพีเอ็น อีเอ็ช จำกัด ได้ชำระก้อนแรกจำนวน 90.51 ล้านเหรียญเมื่อ ธ.ค.2558 และก้อนที่ 2 นายณพโดยบริษัท ฟุลเลอร์ตัน เบย์ อินเวสเมนท์ส จำกัด จำนวน 85 ล้านเหรียญ เมื่อ มิ.ย. 2562 ทั้งที่กำหนดชำระจริงคือ ตุลาคม 2558 จึงมีดอกเบี้ย ส่วนยอดคงค้างที่เหลือเมื่อรวมดอกเบี้ยและค่าใช้จ่ายที่ศาลสั่งให้นายณพชำระเนื่องจากแพ้คดีความจะสูงถึง ประมาณ 680 ล้านเหรียญ

“จากค่าใช้จ่ายส่วนที่ศาลบังคับแสดงถึงว่านายณพเป็นฝ่ายแพ้คดี มิใช่เป็นฝ่ายชนะคดีทั้งหมดดังที่กล่าวอ้าง” นายนพพรกล่าว

ผู้สื่อข่าวถามว่า เมื่อนายณพยังค้างชำระหนี้จำนวนมากเช่นนี้ จะบังคับให้ชำระค่าหุ้นได้อย่างไร ผู้ก่อตั้งบริษัทวินด์กล่าวว่า นายณพได้ใช้เทคนิคในการถ่ายเทหุ้นจากประเทศไทยไปยังเกาะฮ่องกง โดยมีการถ่ายเทไปหลายทอดซึ่งปรากฏชื่อนายเกษม ณรงค์เดช ซึ่งเป็นบิดาของนายณพ เป็นผู้รับหุ้นและโอนต่อไปยังบริษัทโกลเด้น มิวสิค จำกัด ซึ่งมีชื่อ คุณหญิงกอแก้ว บุณยจินดา แม่ยายของนายณพเป็นเจ้าของ ต่อมานายเกษมเป็นผู้ฟ้องร้องกล่าวหานายณพว่าปลอมลายเซ็นในการรับและโอนหุ้นดังกล่าว ทำให้ตนต้องขออำนาจศาลฮ่องกงมีคำสั่งห้ามจำหน่ายจ่ายโอนหุ้นของบริษัทโกลเด้นฯ เพื่อป้องกันการโอนหุ้นหนี ซึ่งก็ได้รับความกรุณาจากศาลฮ่องกง

“ที่นายณพบอกว่าคดีที่ฮ่องกงนั้นศาลยกหมดแล้วจึงไม่จริงเพราะผมไม่ได้ฟ้องคดีอะไรที่นั่นเลย แต่ไปฟ้องคดีที่ประเทศอังกฤษเพราะฮ่องกงใช้กฎหมายของอังกฤษ โดยฟ้องในข้อหา conspiracy หรือร่วมกันฉ้อโกงเจ้าหนี้ ซึ่งศาลน่าจะตัดสินช่วงปลายปีหน้า และผมมั่นใจว่าจากหลักฐานที่มีผมชนะแน่นอน ซึ่งระหว่างนี้ศาลกรุณาสั่งห้ามโอนหุ้นขของบริษัทโกลเด้นฯ ในฮ่องกงไว้แล้ว” นายนพพรระบุ

นายนพพรระบุว่าหากตนชนะคดี ศาลก็จะบังคับให้บริษัทโกลเด้น ฯ ขายหุ้นเพื่อนำเงินมาชำระหนี้แก่ตนตามกฎหมาย

ต่อข้อถามว่ามีการฟ้องร้องดำเนินคดีกับนายวีระวงศ์ จิตต์มิตรภาพ ทนายของนายณพ และธนาคารไทยพาณิชย์ที่ศาลประเทศอังกฤษจริงหรือไม่ นายนพพรกล่าวว่า ฟ้องจริงเนื่องจากนายวีระวงศ์เป็นที่ปรึกษากฎหมายส่วนตัวของนายณพช่วงระยะเวลาในการโอนหุ้น ขณะเดียวกันก็ยังเป็นกรรมการอิสระของธนาคารไทยพาณิชย์อีกด้วย เมื่อนายณพใช้เทคนิคโอนหุ้นไปยังนายเกษมซึ่งทางธนาคารฯ ในฐานะเจ้าหนี้กำหนดเงื่อนไขให้ที่ปรึกษากฎหมายต้องออกความเห็น (Legal Opinion) ว่า หุ้นดังกล่าวสามารถโอนได้ และรับรองว่าการโอนหุ้นนั้นโอนได้โดยชอบด้วยกฎหมาย ธนาคารไทยพาณิชย์จึงกำหนดว่า คนออกความเห็นนั้นคือ WCP ซึ่งเข้าทางณพ เพราะ WCP นั้นมีนายวีระวงศ์ เป็นผู้ก่อตั้งและผู้ถือหุ้น “แบบนี้ภาษาชาวบ้านเขาเรียกว่า “ชงเองกินเอง” นายนพพรระบุ

ผู้สื่อข่าวถามว่าหากนายณพมาขอเจรจาเพื่อให้ยุติข้อพิพาทต่าง ๆ จะยินดีเจรจาหรือไม่ นายนพพรยืนยันว่าไม่จำเป็นต้องเจรจา เพียงแค่นายณพปฏิบัติตามคำสั่งของอนุญาโตตุลาการและศาลคือการชำระหนี้ทุกอย่างก็จบ

ต่อข้อซักถามถึงการเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ของวินด์ฯ ผู้ก่อตั้งบริษัทกล่าวว่า ขอให้เป็นดุลยพินิจของตลาดหลักทรัพย์และสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ แต่เมื่อผู้บริหารมีพฤติกรรมขาดธรรมาภิบาลเช่นนี้ ผู้มีอำนาจต้องพิจารณาว่าควรจะให้นายณพเข้าไปเป็นผู้บริหารบริษัทมหาชนหรือไม่

ทั้งนี้นายนพพรได้ยกตัวอย่างพฤติกรรมของนายณพที่อาจจะไม่โปรงใสและขาดธรรมาภิบาลว่า ที่ผ่านมามีการไซฟ่อนเงิน โดยนำเงินบริษัทมาใช้จ่ายเรื่องส่วนตัว และนำภรรยาและพนักงานบริษัทภรรยามารับเงินเดือนจากวินด์โดยที่ไม่ได้ทำงานให้วินด์ รวมไปถึงการนำเงินของวินด์จำนวน 300 ล้านบาทมาชำระหนี้ค่าหุ้นแก่ตนในนามของตัวนายณพฯเอง

“ตำรวจทางหลวงไทรโยค”จัดโครงการชมรมช่างซ่อมรถจักรยานยนต์จังหวัดกาญจนบุรี

“ตำรวจทางหลวงไทรโยค”จัดโครงการชมรมช่างซ่อมรถจักรยานยนต์จังหวัดกาญจนบุรี

วันที่ 16 สค.63 เวลา 11.19 น. พ.ต.อ.ธนนท์ โตงิ้ว ผกก.2 กองบังคับการตำรวจทางหลวง กองบัญชาการสอนกลาง พร้อมเจ้าหน้าที่ตำรวจทางหลวง ส.ทล.6 กก.2 (กาญจนบุรี) หน่วยบริการประชาชนตำรวจทางหลวงไทรโยค ร่วมกับ โล้วเฮงหมง และชมรมช่างซ่อมจักรยานยนต์เมืองกาญจนบุรี จัดโครงการตรวจเช็คสภาพรถและซ่อมรถจักรยานยต์ให้กับประชาชน เปิดจุดซ่อมที่หน่วยบริการประชาชนตำรวจทางหลวงไทรโยค เพื่อให้ประชาชนที่สัญจรผ่านไปมาและนักท่องเที่ยวได้เดินทางมาตรวจเช็คสภาพรถจักรยานยนต์และซ่อมอุปกรณ์ที่เสียหายทุกรายการ เช่นเปลี่ยนไฟหน้าและไฟท้าย,เช็คระบบจ่ายไฟของรถ,เปลี่ยนถ่ายน้ำมันเครื่อง,ทำให้ฟรีทุกรายการโดยไม่เสียค่าใช้จ่าย รวมไปถึงน้ำมันเครื่องและหลอดไฟ การจัดกิจกรรมในครั้งนี้ได้รับความร่วมมือจากชมรมช่างซ่อมรถจักรยานยนต์จังหวัดกาญจนบุรี ได้นำทีมช่างผู้เชียวชาญและอุปกรณ์จำนวนมากมาบริการให้กับประชาชน โดยมีพี่น้องประชาชนได้นำรถจักรยานยนต์ของตนเองมาใช้บริการหลายร้อยคัน วัตถุประสงค์ในการจัดกิจกรรมในครั้งนี้ เพื่อให้พี่น้องประชาชนเกิดความปลอดภัยในการใช้รถใช้ถนนมากขึ้น

กระทรวงพาณิชย์จับมือ 38 พันธมิตรจัดกิจกรรม Thailand e-Commerce (Hackthon) 2020 เสริมความแกร่งให้ผู้ประกอบการ

กระทรวงพาณิชย์จับมือ 38 พันธมิตรจัดกิจกรรม Thailand e-Commerce (Hackthon) 2020 เสริมความแกร่งให้ผู้ประกอบการ

นนทบุรี : วันที่ 13 ส.ค.63 ที่ชั้น 4 สำนักงานปลัดกระทรวงพาณิชย์ นายเชวง เร่งไพบูลย์วงษ์ ที่ปรึกษารัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ เป็นประธานเปิดงาน Thailand e-Commerce (Hackthon) 2020 โดยจับมือกับ 38 พันธมิตร เพื่อส่งเสริมและพัฒนาศักยภาพของผู้ประกอบการฐานราก ให้สามารถดำเนินธุรกิจบนตลาดออนไลน์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ และต่อยอดพัฒนาศักยภาพสินค้ชุมชนให้มีความทันสมัย เท่าทันกับโลกเศรษฐกิจยุคใหม่ รวมถึงขยายโอกาสทางการตลาดและสรเางรายได้ให้กับชุมชน

โดยภายในงานมีการมีการบรรยายหัวข้อ The of e-Commerce ยุคธุรกิจดิจิทัล โดยนายกสมาคมผู้ประกอบการพาณิชย์อิเลคทรอนิกส์ไทย แสดงวิดีโอภาพรวมของกิจกรรม การจัดโชว์แพลตฟอร์มออนไลน์กว่า 30 แพลตฟอร์ม และการเสวนาถ่ายทอดประสบการณ์และองค์ความรู้ในหัวข้อ Move On อย่างไรในยุค New Normal โดยวิทยากรผู้มีประสบการจากธุรกิจออนไลน์ อาทิ เสือร้องไห้, Priceza, it24Hrs, RUBSARB Production และปังปอนด์ออนทัวร์ ซึ่งกิจกรรมThailand e-Commerce (Hackthon) 2020 กำหนดจัดขึ้นระหว่างวันที่ 21-23 ส ค.63 ที่ MCC Hall เดอะมอลล์ บางกระปิ โดยรวบรสทระบบ Ecosystem ของ e-Commerce

นายเชวง เร่งไพบูลย์วงษ์ ที่ปรึกษารัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ กล่าวว่า ในการจัดกิจกรรมขึ้นครั้งนี้เพื่อต้องการ จะสื่อถึงการพากลุ่มคนด้าน e-commerce มารวมตัวกันเพื่อสร้างสรรค์ความคิด และนำไปแก้โจทย์ปัญหาทางด้านธุรกิจของตนเอง ตลอดจนพัฒนาวงการ e commerce ให้พัฒนาก้าวหน้าต่อไป โดยในวันงานจะจัดกิจกรรมต่างๆแบ่งเป็น 5 โซน ครอบคลุมธุรกิจอีคอมเมิร์ซ ครบวงจร จึงถือเป็นโอกาส ที่จะเชิญชวนเจ้าของธุรกิจและผู้ที่สนใจเข้าร่วมกิจกรรม เข้าเยี่ยมชมงานในวันดังกล่าว ซึ่งจะสร้างประโยชน์ในธุรกิจและสามารถขยายตลาดเข้าสู่ออนไลน์รวมถึงสร้างอาชีพให้แก่ผู้ที่ได้รับผลกระทบ ทางเศรษฐกิจจากวิกฤต covid-19 โดยมีธุรกิจเป็นของตนเอง หรือสร้างรายได้เสริมให้กับตนเอง ทั้งนี้ในกิจกรรมดังกล่าวคาดว่าจะมีผู้ประกอบการเข้าร่วม งาน กว่า 3,000 ราย และสร้างมูลค่าทางการค้ากว่า 10 ล้านบาท เป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจภายในประเทศให้เติบโตต่อไป

ศุภชัย สินธ์ประเสริฐ : นนทบุรี

ร้อยเอ็ด วัดโนนสะอาด ต.ขอนแก่น จัดพิธีทอดผ้าป่าสามัคคี เพื่อเททองหล่อพระบรมรูปสมเด็ดพระเจ้าตากสินมหาราช

เมื่อวันที่ 11 สิงหาคม 2563 เวลา 09.39 น พลเรือตรี ดุลยพัฒน์ ลอยรัตน์ เจ้ากรมสวัสดิการทหารเรือ เป็นประธานในพิธีทอดผ้าป่าสามัคคีเพื่อเททองหล่อ พระบรมรูปสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช ณ วัดโนนสะอาด ตำบลขอนแก่นอำเภอเมืองร้อยเอ็ด จังหวัดร้อยเอ็ด

โดยมี พระราชพรหมจริยคุณ เจ้าคณะจังหวัดร้อยเอ็ด เป็นประธานฝ่ายสงฆ์ มีข้าราชการทหารเรือ คหบดี และพุทธศาสนิกชน ชาวตำบลขอนแก่น เข้าร่วมพิธีทอดผ้าป่าสามัคคีในครั้งนี้ เป็นจำนวนมาก

ในพิธี ประธานได้จุดธูปเทียนบูชาพระรัตนตรัย จุดธูปเทียนเครื่องทองน้อย ถวายราชสักการะ พระบรมรูปสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช พระครูปลัดทองใบ สุปภาโส และพลเรือตรี ดุลยพัฒน์ ลอยรัตน์ เจ้ากรมสวัสดิการทหารเรือ ถวายสักการะ พระราชพรหมจริยคุณ ประธานฝ่ายสงฆ์ ศาสนพิธีอาราธนาศีลประกอบพิธีทางศาสนา พลเรือตรี ดุลยพัฒน์ ลอยรัตน์ เจ้ากรมสวัสดิการทหารเรือ นำคณะเจ้าภาพถวายกองผ้าป่า ถวายจตุปัจจัยเครื่องไทยธรรมแด่พระสงฆ์ พระครูปลัดทองใบ สุปภาโส เจ้าอาวาสวัดโนนสะอาด มอบของที่ระลึกให้แก่ประธาน และคณะเจ้าภาพ เป็นเสร็จพิธี.

พระครูปลัดทองใบ สุปภาโส เจ้าอาวาสวัดโนนสะอาด กล่าวว่า พระบรมรูปสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช วีระกษัตริย์ของชาติไทย ด้วยแรงศรัทธาจากคณะเหล่าทหารเรือ และพุทธศาสนิกชนทั่วไปทั้งใกล้ และไกล ทุกคนร่วมใจกันสร้างพระบรมรูปของพระองค์ท่าน เพื่อประดิษฐานไว้ เพื่อเป็นการเทิดพระเกียรติสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้ ที่พระองค์ได้ทรงกอบกู้ผืนแผ่นดินให้เป็นเอกราชของชาติไทยและทรงพระกรุณา โปรดเกล้าฯตั้งเมืองร้อยเอ็ดขึ้นเมื่อปีพุทธศักราช 2318 ให้เป็นหัวเมืองภาคอีสาน ขึ้นตรง ต่อกรุงธนบุรีและทรงแต่งตั้งให้ พระขัติยะวงษา เป็นเจ้าเมืองร้อยเอ็ดคนแรก

เมืองร้อยเอ็ด จนถึงปัจจุบัน 245 ปี เพื่อเผยแผ่พระเกียรติประวัติของพระองค์ให้อนุชนรุ่นหลังได้ศึกษา และเป็นที่ สักการะบูชาของประชาชน ทางวัดได้รับความร่วมมือจาก ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ถนอมจิตร์ ชุ่มวงค์ หัวหน้าภาควิชาประติมากรรม คณะจิตรกรรมประติมากรรม และภาพพิมพ์ จากกรมศิลปากร และ เรือเอก ตวงสิทธิ์ ปานชั้น คณะทำงานได้สำรวจพื้นที่ออกแบบภูมิทัศน์ และพระบรมราชาอนุสรณ์ ขึ้น อยู่ระหว่างดำเนินการก่อสร้าง

เพื่อร่วมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอย่าง หาที่สุดมิได้ พร้อมอุทิศถวายเป็นพระราชกุศลแด่พระองค์ท่าน และพระบรมรูป จะประดิษฐาน ณ วัดโนนสะอาด หมู่ที่ 6 ตำบลขอนแก่น อำเภอเมืองร้อยเอ็ด จังหวัดร้อยเอ็ด

//////
คมกฤช พวงศรีเคน ข่าว/ภาพ
อำนวย ระดาบุตร บก.ข่าว
สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดร้อยเอ็ด

ออกแบบเว็บแบบนี้ด้วย WordPress.com
เริ่มต้น