เปิดตลับพระใหม่! เกจิสายใต้ ปลุกเสกหลวงปู่ทวด รุ่น “นิรันตราย”-ท้าวเวสสุวรรณ รุ่น”ความสำเร็จ”-ไอ้ไข่ รุ่น “เสริมดวง ให้โชค รับทรัพย์”

เปิดตลับพระใหม่! เกจิสายใต้ ปลุกเสกหลวงปู่ทวด รุ่น “นิรันตราย”-ท้าวเวสสุวรรณ รุ่น
“ความสำเร็จ”-ไอ้ไข่ รุ่น “เสริมดวง ให้โชค รับทรัพย์”

นายกสมาคมเทวาลัยองค์เทพประทานพร(สททท.) ถือฤกษ์วันที่ 9 เดือน 9 นำวัตถุมงคล “ไอ้ไข่” รุ่น เสริมดวง ให้โชค รับทรัพย์ ร่วมพิธีพุทธาภิเษกวัตถุมงคล “หลวงปู่ทวด รุ่น นิรันตราย” และเหรียญ ท้าวเวสสุวรรณ ลงยาสีประจำวันเกิด รุ่น ความสำเร็จ ที่วัดพะโคะ จังหวัดสงขลา โดยมีพระเทพสุธรรมญาณ เจ้าอาวาสวัดชัยมงคล พระอารามหลวง เป็นประธานจุดเทียนชัย ขณะที่เกจิอาจารย์สายใต้ร่วมพิธี เพิ่มความขลัง และความศักดิ์สิทธิ์

ในโอกาสนี้ด้วยฤกษ์งามยามดี เวลา 15.15 น. วันที่ 9 กันยายน 2563 พระเทพสุธรรมญาณ เจ้าอาวาสวัดชัยมงคล พระอารามหลวง เป็นประธานจุดเทียนชัยในพิธีพุทธาภิเษกเหรียญหลวงปู่ทวด รุ่น “นิรันตราย” และเหรียญท้าวเวสสุวรรณ ลงยาสีประจำวันเกิด รุ่น “ความสำเร็จ” ณ พระอุโบสถ วัดพะโคะ ตำบลชุมพล อำเภอสทิงพระ จังหวัดสงขลา โดยมีเกจิอาจารย์ภาคใต้ และสายเขาอ้อร่วมพิธีกรรม อาทิ 1.พระเทพสุธรรมญาณ (แฉล้ม เขมปัญโญ ป.ธ.๖) เจ้าอาวาสวัดชัยมงคลพระอารามหลวง จังหวัดสงขลา ,2.พระครูปัญญาภิศาล เจ้าคณะอำเภอสทิงพระ เจ้าอาวาสวัดพะโคะ อำเภอสทิงพระ จังหวัดสงขลา ,3.พระครูสุเทพธรรมโชติ หลวงปู่อิ้น (ธัมมโชโต) วัดนิคมเทพา อ.เทพา จ.สงขลา ,4.พระครูสังวรธรรมจารี หลวงปู่ผล อิสสโร วัดทุ่งนารี อำเภอป่าบอน
จังหวัดพัทลุง ,5.พระราชรัตนมุนี รักษาการแทนเจ้าอาวาสวัดพิชัยญาติการาม วรวิหาร เขตคลองสาน กรุงเทพฯ ,6.พ่อท่านมหานิมิตร สำนักสงฆ์เคียนตูชัย อำเภอรัตภูมิ จังหวัดสงขลา ,7.พระครูวิรัตธรรมโชติ ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดชัยมงคลพระอารามหลวง เจ้าคณะอำเภอเมือง จังหวัดสงขลา ,8.พระครูปลัดคุณวัฒณ์ (หลวงปู่โต อนาลโย) เจ้าอาวาสวัดศิมาลัยทรงธรรม อำเภอปากช่อง จังหวัดนครราชสีมา และ 9.พระครูไทย ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดพิชัยญาติการาม วรวิหาร เขตคลองสาน กรุงเทพฯ เพื่อเพิ่มความขลัง และความศักดิ์สิทธิ์ ก่อนที่พระครูปัญญาพิศาล เจ้าคณะอำเภอสทิงพระ ในฐานะเจ้าอาวาสวัดพะโคะ จังหวัดสงขลา จะเป็นประธานดับเทียนชัยสำหรับพิธีพุทธาภิเษก วัตถุมงคล “หลวงปู่ทวด” รุ่น นิรันตราย และเหรียญท้าวเวสสุวรรณ ลงยาสีประจำวันเกิด รุ่น “ความสำเร็จ” นั้น ก็เพื่อหารายได้ในการสร้างอาคารปราสาทนครหลวง ที่วัดพิชัยญาติการามวรวิหาร เขตคลองสาน กรุงเทพฯ ซึ่งในการนี้ได้รับเกียรติจากเกจิอาจารย์สายใต้ชื่อดังหลายท่านที่มาร่วมพิธี จึงทำให้พิธีในครั้งนี้ มีความขลัง และความศักดิ์สิทธิอย่างยิ่ง

นอกจากนี้ ในพิธีดังกล่าว นายอนันต์ นิลมานนท์ นายกสมาคมเทวาลัยองค์เทพประทานพร (สททท.) ยังได้นำวัตถุมงคล “ไอ้ไข่” รุ่น “เสริมดวง ให้โชค รับทรัพย์” ซึ่งแกะจากแก่นไม้สัก เข้าร่วมพิธีพุทธาภิเษก เพื่อเพิ่มความขลัง และความศักดิ์สิทธิ์ ในโอกาสนี้ด้วย…

การประชุมคณะที่ปรึกษาตำรวจภูธรภาค 1 ด้านการตรวจสอบและติดตามการบริหารงานตำรวจ (กต.ตร.ภ.1) ครั้งที่ 6/2563

การประชุมคณะที่ปรึกษาตำรวจภูธรภาค 1 ด้านการตรวจสอบและติดตามการบริหารงานตำรวจ (กต.ตร.ภ.1) ครั้งที่ 6/2563

วันนี้ (วันพุธที่ 9 ก.ย.63) เวลา 11.00 น. พล.ต.ท.อำพล บัวรับพร ผบช.ภ.1 ประธานการประชุมคณะที่ปรึกษาตำรวจภูธรภาค 1 ด้านการตรวจสอบและติดตามการบริหารงานตำรวจ (กต.ตร.ภ.1) ครั้งที่ 6/2563 เพื่อรับฟังและแนะนำการดำเนินกิจกรรมต่างๆ ของคณะที่ปรึกษา กต.ตร.ภ.1 โดยมี พ.ต.อ.กองสรร ควรระงับกมน รอง ผบก.อก.ภ.1, พ.ต.อ.รัฐพงศ์ สุจริต ผกก.ฝอ.1 บก.อก.ภ.1, คณะที่ปรึกษา กต.ตร.ภ.1 พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมประชุม ณ ห้องประชุมเอราวัณ ชั้น 3 อาคาร ภ.1

ผู้การนนท์ พร้อมคณะ กต.ตร. มอบเงินเป็นขวัญและกำลังใจให้เจ้าหน้าที่ตำรวจ 3 นาย ที่ปฎิบัติหน้าที่เข้มแข็งจากเหตุ ดาราเมาแล้วขับ

ผู้การนนท์ พร้อมคณะ กต.ตร. มอบเงินเป็นขวัญและกำลังใจให้เจ้าหน้าที่ตำรวจ 3 นาย ที่ปฎิบัติหน้าที่เข้มแข็งจากเหตุ ดาราเมาแล้วขับ

    จากกรณีเหตุการณ์ เมื่อวันที่ 8 ก.ย.63  ร.ต.อ.นิพนธ์ พลสวัสดิ์ รองสว.(สอบสวน) สภ.รัตนาธิเบศร์  รับแจ้งอุบัติเหตุรถยนต์ชนกันบริเวณใต้ทางด่วนวัดบัวขวัญ ต.บางเขน อ.เมือง จ.นนทบุรี ทั้งสองฝ่ายตกลงกันไม่ได้ มีการโต้เถียงกันในที่เกิดเหตุ จึงเดินทางไปตรวจสอบ พบรถคู่กรณีเป็นรถเก๋ง มาสด้า  3 สีดำ ทะเบียน 6 กบ- 1942 กรุงเทพ สภาพด้านหน้าเสียหายเล็กน้อย มีดาราหนุ่มชื่อดังนายสุรเกียรติ บุนนาค อายุ 27 ปี เป็นผู้ขับขี่  ส่วนรถคู่กรณีอีกฝ่ายเป็นรถปิคอัพ ยี่ห้อเชฟโรเล็ต สีขาว แบบแค๊ป ทะเบียน 1กฆ-3451 กรุงเทพ มีนายจตุพร พุทธโกสัย อายุ 31 ปี เป็นผู้ขับขี่ ทั้งสองฝ่ายโต้เถียงตกลงกันไม่ได้ในที่เกิดเหตุ ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจเห็นว่าฝ่ายดาราหนุ่มที่ไม่ยอมลงจากรถมีลักษณะมึนเมาจึงขอเป่าแอลกอฮอลล์ แต่นายสุรเกียรติไม่ยินยอมเอาแต่ในอยู่ในรถของมารดาที่ตามมาดูหลังเกิดเหตุ จนเวลาผ่านไปนานกว่า 4 ชั่วโมง เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงตัดสินใจเข้าล๊อคตัวจนเกิดการกอดปล้ำล้มลุกคลุกคลานทั้งตำรวจ ดารา แม่ของดารา ก่อนจะตัดสินใจใส่กุญแจมือพาขึ้นรถร้อยเวรนำตัวมาที่ สภ.รัตนาธิเบศร์ ทำการเป่าวัดแอลกอฮอลล์พบมีปริมาณสูงถึง 196 มิลลิกรัม  ก่อนแจ้งข้อหา  เมาแล้วขับ, ขับรถประมาททำให้ผู้อื่นเสียทรัพย์

   จากนั้นจึงนำตัวส่งศาลแขวงนนทบุรีทันที  ซึ่งศาลได้มีคำพิพากษาในข้อหาขับรถในขณะเมาสุรา หรือของมึนเมา อัยการได้สั่งให้เจ้าหน้าที่ตำรวจเพิ่มอีก 1 ข้อหาขับรถประมาททำให้ทรัพย์สินผู้อื่นเสียหาย  พิพากษาสั่งจำคุกนายสุรเกียรติ บุนนาค ข้อหาเมาแล้วขับ เป็นเวลา  6 เดือน ปรับ  20,000 บาทผู้ต้องหาให้การรับสารภาพลดโทษให้กึ่งนึ่ง เหลือ จำคุก 3 เดือน ปรับ 10,000 บาท รอลงอาญา 3 ปี คุมประพฤติ 2  ปี ต้องรายงานตัวต่อผู้คุมประพฤติ 4 ครั้ง พักใช้ใบอนุญาต 6 เดือน บำเพ็ญสาธารณประโยชน์ 24 ชม. อบรมวินัยจราจร 1 ครั้ง ส่วนข้อหาขับรถประมาททำให้ทรัพย์สิน ผู้อื่นเสียหาย ปรับ 1,000  บาท  ให้การรับสารภาพลดโทษกึ่งนึ่งเหลือปรับ 500 บาท รวมปรับ 10,500 บาท  จนเป็นข่าวครึกโครมไปแล้วนั้น

     เมื่อเวลา 16.00 น. วันที่ 9 ก.ย.63  ที่ สภ.รัตนาธิเบศร์ พล.ต.ต.ไพศาล วงศ์วัชรมงคล ผบก.ภ.จว.นนทบุรี พ.ต.อ.ธีรวัจน์ ขจรเกียรติภาส ผกก. พ.ต.ท.ทองรชฎ เหรียญสุวงษ์ รองผกก.ป. ดร.ชัยรัตน์ จำนงค์การ ประธาน กต.ตร.จังหวัดนนทบุรี (ภาคประชาชน) เดินทางมามอบเงินเพื่อสร้างขวัญและกำลังใจให้กับเจ้าหน้าที่ตำรวจทั้ง 3 นาย คือ ร.ต.อ.นิพนธ์ พลสวัสดิ์ รองสว.(สอบสวน) ส.ต.ท.คณวัช เทียนบูชา ผบ.หมู่งานป้องกันปราบปราม ส.ต.ท.ศุภเศรษฐ์ สุภอุดร ผบ.หมู่งานป้องกันปราบปราม สภ.รัตนาธิเบศร์ ที่ปฎิบัติหน้าที่ด้วยความเข้มแข็งในเหตุการณ์ครั้งนี้

   พล.ต.ต.ไพศาล กล่าวว่า ทาง พล.ต.ท.ดำรงค์ศักดิ์  กิตติประภัสร์  ผช.ผบ.ตร. และ พล.ต.ท.อำพล บัวรับพร ผบช.ภ.1 ได้ฝากขอบคุณตำรวจทั้ง 3 นาย ของ สภ.รัตนาธิเบศร์ จากกรณีที่ มีเหตุขับรถเมาสุราและได้เกิดเหตุ ว.40 ทำให้ผู้อื่นได้รับความเสียหาย จึงได้ตรวจเป่าวัดแอลกอฮอล์ แต่มีการขัดขืนไม่ให้ตรวจและต่อสายโทรหาบิดา และยื่นโทรศัพท์ให้กับทางผู้กองได้พูดคุย ได้มีการแอบอ้างว่ามีคนใหญ่คนโตเคลียร์ให้ และเมื่อวัดแอลกอฮอล์ วัดได้ถึง 196 มิลิกรัม ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจทำการสอบสวนและส่งผู้ต้องหาไว้ที่ศาลแขวนนทบุรี  วันนี้จะมาชื่นชมเจ้าหน้าที่ตำรวจที่มาทำงานได้ดีเยี่ยม แม้มีผู้กล่าวอ้างใดๆไม่มีการหวั่นไหว อยากฝากขอบคุณเจ้าหน้าที่ตำรวจทั้ง 3 นาย ปฏิบัติงานได้อย่างดี

  ทางด้าน ดร.ชัยรัตน์ จำนงค์การ กล่าวว่า    กรณีนี้ถือเป็นตัวอย่างที่ดี ที่ประชาชนต้องการเรา ไม่หวั่นไหวต่อการทำความดีแม้มีผู้กล่าวอ้าง จึงขอชื่นชมผู้กำกับที่มีลูกน้องปฎิบัติงานได้ดีเยี่ยม มีความอดทน  ทาง กต.ตร. ต้องขอขอบคุณทางผู้การ ผู้กำกับ และทางตำรวจทุกท่าน ทางคณะ กต.ตร. เดินทางมาเพื่อที่จะให้กำลังใจกับคนทำดี และขอเชิดชูให้ดีแบบนี้เสมอไป

“อนันต์ นายก สภท.55ปี/สททท. นำคณะล่องใต้กราบ “พระธาตุเมืองนคร” และ “พระเทพวินยาภรณ์ (สมปอง ปัญญาทีโป)”

“อนันต์ นายก สภท.55ปี/สททท. นำคณะล่องใต้กราบ “พระธาตุเมืองนคร” และ “พระเทพวินยาภรณ์ (สมปอง ปัญญาทีโป)”

เมื่อวันที่ 6 กันยายน 2563 : พระเทพวินยาภรณ์ (สมปอง ปัญญาทีโป) เจ้าอาวาสวัดมหาธาตุวรวิหาร/รองเจ้าคณะภาค 16, 17, 18(ธ) ให้การต้อนรับ นายอนันต์ นิลมานนท์ นายกสมาคมหนังสือพิมพ์ส่วนภูมิภาคแห่งประเทศไทย(สภท.55ปี)/นายกสมาคมเทวาลัยองค์เทพประทานพร(สททท.) นำคณะกรรมการและที่ปรึกษาประกอบด้วย นายนำชัยชนะ ดีวิ, ผศ.ดำรงค์ พรสุภัทร,  นายปพล สีตลายน และนายธวัชชัย เฟื่องอนันต์ เพื่อถวายหนังสือวารสารสมาคม สภท. และกราบขอพร “พระธาตุเมืองนคร” และ “พระเทพวินยาภรณ์ (สมปอง ปัญญาทีโป) /รองเจ้าคณะภาค 16, 17, 18(ธ) เพื่อความเป็นสิริมงคล ณ วัดมหาธาตุวรวิหาร อำเภอเมือง จังหวัดนครศรีธรรมราช

#สมาคมหนังสือพิมพ์ส่วนภูมิภาค(สภท.55ปี)

#สมาคมเทวาลัยองค์เทพประทานพร(สททท.)#ธวัชชัยเฟื่องอนันต์รายงาน

#หนังสือพิมพ์ประชาไทออนไลน์

#T.Newsman007Online

รมว.เกษตรฯ ประกาศในเวที FAO ไทยพร้อมขับเคลื่อนระบบอาหารและการเกษตรสู่ความยั่งยืน และพร้อมรับมือกับวิกฤตอาหารในสถานการณ์โควิด

“รมว.เกษตรฯ ประกาศในเวที FAO ไทยพร้อมขับเคลื่อนระบบอาหารและการเกษตรสู่ความยั่งยืน และพร้อมรับมือกับวิกฤตอาหารในสถานการณ์โควิด”

วันที่ 3 กันยายน 2563 นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เข้าร่วมประชุมระดับรัฐมนตรีเกษตรภูมิภาคเอเชียและแปซิฟิก ครั้งที่ 35 ระหว่างวันที่ 3-4 กันยายน 2563 โดยมีรัฐมนตรีจากประเทศสมาชิกองค์การอาหารและเกษตรแห่งสหประชาชาติ (FAO) ภูมิภาคเอเชียและแปซิฟิกเข้าร่วมประชุมกว่า 48 ประเทศ เพื่อร่วมกำหนดทิศทางการเกษตรที่จะเป็นประโยชน์ต่อไทยและภูมิภาคเอเชียและแปซิฟิก

ทั้งนี้นายเฉลิมชัย ได้กล่าวต่อที่ประชุมว่า ไทยได้เตรียมความพร้อมรับมือกับวิกฤตอาหารในสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ที่ส่งผลกระทบทั่วโลก โดยเฉพาะระบบอาหารและการเกษตร ส่งผลกระทบให้หลายประเทศเกิดปัญหาการขาดแคลนอาหาร และการส่งออกสินค้าเกษตรก็ได้รับผลกระทบเช่นกัน ไทยประกาศสร้างความเชื่อมั่นให้กับนานาประเทศว่าเกษตรกรและผู้ผลิตอาหารและสินค้าเกษตรของไทย ผลิตอาหารที่ปลอดภัย ได้ยกระดับมาตรฐานสุขอนามัยและการควบคุมป้องกันโรคตามมาตรฐานสากล และมีระบบการผลิตอาหารที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม

นอกจากนั้นยังได้ชี้แจงนโยบายของประเทศไทย และโครงการที่รัฐบาลไทยและกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กำลังเร่งขับเคลื่อนระบบอาหารและการเกษตรของไทย ให้ที่ประชุมทราบ โดยมีนโยบายปฏิรูปภาคเกษตรใน 4 แผนงานหลัก (Four Quick Win) (1) การส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงเกษตรและประมง (2) การพัฒนาระบบโลจิสติกส์ภาคเกษตร (3) การพัฒนาระบบ E-Commerce สำหรับสินค้าเกษตร และ (4) การพัฒนาศูนย์บริการข้อมูล Big Data ด้านการเกษตรแบบครบวงจร

นอกจากนั้นประเทศไทยยังได้จัดตั้ง“ศูนย์เทคโนโลยีการเกษตรและนวัตกรรม” ทั่วประเทศ เพื่อพัฒนาและถ่ายทอดเทคโนโลยีและนวัตกรรมการเกษตรที่ตรงตามความต้องการของเกษตรกรรวมทั้งประเทศไทยยังให้ความสำคัญนโยบายด้านการประมงและสนับสนุนการพัฒนาการประมงอย่างยั่งยืน ไทยประกาศจุดยืนอย่างชัดเจนในการต่อต้านการทำประมงที่ผิดกฎหมาย (IUU Fishing) และส่งเสริมการอนุรักษ์ทรัพยากรทางทะเลและ ไทยให้ความสำคัญในการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำและดิน ประเทศไทย ร่วมกับ FAO และสมัชชาความร่วมมือดินโลก (GSP) ขอเชิญชวนประเทศสมาชิกและผู้สนใจส่งผลงานการจัดกิจกรรม “วันดินโลก” เข้าประกวดเพื่อรับ “รางวัลเหรียญพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพล วันดินโลก” (King Bhumibol World Soil Day Award) ประจำปี 2563 

นอกจากนั้นประเทศไทยยังได้น้อมนำ “หลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง” และ “เกษตรทฤษฎีใหม่” เป็นแนวทางในการดำเนินงานตามยุทธศาสตร์ชาติ เพื่อพัฒนาชีวิตความเป็นอยู่ของเกษตรกรและประชาชนชาวไทย ตามวิสัยทัศน์ “มั่นคง มั่งคั่ง และยั่งยืน” ทั้งนี้ ประเทศไทยยินดีที่จะให้การสนับสนุนความร่วมมือกับ FAO และประเทศสมาชิก ผ่านโครงการความร่วมมือต่างๆ เพื่อบรรลุเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDG) ร่วมกันด้วย

จังหวัดร้อยเอ็ด จัดโครงการพัฒนาศักยภาพบุคลากรองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในการป้องกัน ควบคุมโรคพิษสุนัขบ้าภายใต้โครงการสัตว์ปลอดโรค คนปลอดภัย จากโรคพิษสุนัขบ้า

            จังหวัดร้อยเอ็ด จัดโครงการพัฒนาศักยภาพบุคลากรองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในการป้องกัน ควบคุมโรคพิษสุนัขบ้าภายใต้โครงการสัตว์ปลอดโรค คนปลอดภัย จากโรคพิษสุนัขบ้า ตามพระปณิธาน ศาสตราจารย์ ดร.สมเด็จพระเจ้าน้องนางเธอ เจ้าฟ้าฯ กรมพระศรีสวางควัฒน วรขัตติยราชนารี ประจำปีงบประมาณ 2563

                เมื่อวันที่ 3 กันยายน 2563 เวลา 09.30 น. ที่ ห้องประชุมสาเกต ฮอลล์ อำเภอเมืองร้อยเอ็ด จังหวัดร้อยเอ็ด นายวันชัย คงเกษม ผู้ว่าราชการจังหวัดร้อยเอ็ด เป็นประธานเปิด โครงการพัฒนาศักยภาพบุคลากรองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในการป้องกัน ควบคุมโรคพิษสุนัขบ้าภายใต้โครงการสัตว์ปลอดโรค คนปลอดภัย จากโรคพิษสุนัขบ้า ตามพระปณิธาน ศาสตราจารย์ ดร.สมเด็จพระเจ้าน้องนางเธอ เจ้าฟ้าฯ กรมพระศรีสวางควัฒน วรขัตติยราชนารี ประจำปีงบประมาณ 2563 

              นายธีรชัย แสนภูวา ท้องถิ่นจังหวัดร้อยเอ็ด  กล่าวว่า เป็นที่ทราบกันดีว่า พระองค์ท่านทรงห่วงใยปัญหาโรคพิษสุนัขบ้าที่เป็นปัญหาสำคัญของชาติ และทรงมีพระประสงค์ให้โรคพิษสุนัขบ้าหมดไปจากประเทศไทย ดังนั้น จึงมีการบูรณาการการดำเนินงานร่วมกันกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง  กำหนดยุทธศาสตร์โครงการสัตว์ปลอดโรค คนปลอดภัยจาก โรคพิษสุนัขบ้าฯ จำนวน 8 ยุทธศาสตร์  จังหวัดร้อยเอ็ดได้ดำเนินการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ การดำเนินงาน โรคพิษสุนัขบ้าในท้องถิ่น ตามแนวทางที่กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นกำหนด โดยกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น ได้จัดอบรมสัมมนาทีม ครู ก ซึ่งประกอบด้วยข้าราชการในสำนักงานส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นจังหวัด ที่รับผิดชอบ จำนวน 2 คน นายสัตว์แพทย์ขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น จำนวน 1 คน เพื่อทำหน้าที่ถ่ายทอดองค์ความรู้แก่ผู้เข้ารับการอบรมสัมมนา         

            ผู้เข้าร่วมอบรมสัมมนาในวันนี้ ประกอบด้วย ท้องถิ่นอำเภอๆ ละ 1 คน เจ้าหน้าที่ขององค์กรปกครองท้องถิ่นผู้รับผิดชอบ (ยกเว้นองค์การบริหารส่วนจังหวัดร้อยเอ็ด) แห่งละ 2 คน รวมผู้เข้ารับการอบรมทั้งสิ้น 424 คน โดยผู้ผ่านการอบรมในวันนี้จะเรียกว่า ครู ข โดยครู ข จะมีหน้าที่ไปดำเนินการขับเคลื่อนการดำเนินโรคโรคพิษสุนัขบ้าในแต่ละอำเภอ แต่ละท้องถิ่น เพื่อเป้าหมายสูงสุด คือ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นประกาศเป็นเขตปลอดโรคพิษสุนัขบ้าและประเทศไทยปลอดโรคพิษสุนัขบ้า ตามพระปณิธาน ต่อไป

/////

คมกฤช พวงศรีเคน ข่าว/ภาพ

อำนวย ระดาบุตร บก.ข่าว

สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดร้อยเอ็ด

ตำรวจนครบาลร่วมกับ กต.ตร.กทม.จัดแสดงมุทิตาจิต พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร.

ตำรวจนครบาลร่วมกับ กต.ตร.กทม.จัดแสดงมุทิตาจิต พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร.

กองบัญชาการตำรวจนครบาล ภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.ท.ภัคพงศ์ พงษ์เภตรา ผบช.น. กำหนดให้มีการประชุมใหญ่คณะกรรมการตรวจสอบและติดตามการบริหารงานตำรวจ กรุงเทพมหานคร (กต.ตร.กทม.) พร้อมทั้งจัดแสดงมุทิตาจิต เกษียณอายุราชการของ พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. เพื่อเป็นการระลึกถึงคุณงามความดีในการปฏิบัติหน้าที่ในชีวิตการรับราชการตำรวจ

วันพุธที่ 2 กันยายน 2563 เวลา 13.00 น. พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร.ให้เกียรติเดินทางมาเป็นประธานในการประชุมใหญ่คณะกรรมการตรวจสอบและติดตามการบริหารงานตำรวจ กรุงเทพมหานคร (กต.ตร.กทม.) ซึ่ง กองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.) นำโดย พล.ต.ท.ภัคพงศ์ พงษ์เภตรา ผบช.น. และ คณะกรรมการตรวจสอบและติดตามการบริหารงานตำรวจ กรุงเทพมหานคร (กต.ตร.กทม.) นำโดย ดร.พีรวัฒน์  สุรเศรษฐ ประธาน กต.ตร.กทม.(ภาคประชาชน) ร่วมเป็นประธานจัดงานฯ โดยมี พล.ต.ต.ปิยะ ต๊ะวิชัย รอง ผบช.น. (เป็นแม่งานหลักในการจัดงานครั้งนี้), พล.ต.ต.โชคชัย เหลืองอ่อน รอง ผบช.น., พล.ต.ต.จิรสันต์ แก้วแสงเอก รอง ผบช.น., พล.ต.ต.สุคุณ พรหมายน รอง ผบช.น., ผบก.น.ในสังกัดกองบัญชาการตำรวจนครบาล, คณะ กต.ตร.กทม., คณะอนุ กต.ตร., คณะ กต.ตร.สน., เจ้าหน้าที่ตำรวจและคณะผู้ทรงคุณวุฒิฯ ร่วมในพิธี ณ ห้อง ULTRA ARENA ชั้น 6 SHOW DC พระราม 9 กรุงเทพฯ

โดยเมื่อ เวลา 13.00 น. พล.ต.อ.จักรทิพย์  ชัยจินดา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ประธานในพิธี) เดินทางมาถึง พล.ต.ท.ภัคพงศ์ พงษ์เภตรา ผบช.น., คณะ รอง ผบช.น. และ ประธานการจัดงาน ดร.พีรวัฒน์  สุรเศรษฐ ประธาน กต.ตร.กทม. (ภาคประชาชน) พร้อมทั้งคณะผู้ทรงคุณวุฒิ กต.ตร.กทม. ให้ต้อนรับและ  จากนั้นถ่ายภาพหมู่ร่วมกัน กับ คณะ กต.ตร.กทม. และเยี่ยมชมนิทรรศการ ที่จัดแสดงของแต่ละ บก. และ ภาพปฏิบัติผลงานของ ผบ.ตร. 

จากนั้นเวลา 14.00 น.  เริ่มพิธีการ / มอบของที่ระลึก 

– ดร.พีรวัฒน์  สุรเศรษฐ ประธาน กต.ตร.กทม. (ภาคประชาชน) กล่าววัตถุประสงค์ของงาน ว่า ในวันนี้

ตามระเบียบคณะกรรมการนโยบายตำรวจแห่งชาติ (ก.ต.ช.) ปี 2549 กำหนดให้มีคณะกรรมการตรวจสอบและติดตามการบริหารงานตำรวจ/ หรือ คณะ กต.ตร. โดยมีรูปแบบที่ให้ภาคประชาชนปฏิบัติงานร่วมกับข้าราชการตำรวจตั้งแต่ระดับ กองบัญชาการ / กองบังคับการ / สถานีตำรวจ 

ในกิจการงานตำรวจ 6 ด้าน ดังนี้

1.ด้านการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรม

2.ด้านการรักษาความสงบเรียบร้อยและรักษาความปลอดภัยของประชำชน

3.ด้านการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด

4.ด้านการจราจร

5.ด้านการดูแลสาธารณสมบัติ

6.ด้านการพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชนในท้องถิ่น

โดยมี พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. เป็นประธานคณะกรรมการตรวจสอบและติดตามการบริหารงานตำรวจ กรุงเทพมหานคร หรือ กต.ตร.กทม. ซึ่งได้เลือกตั้งคณะ กต.ตร.ภาคประชาชนเพื่อร่วมมือกับ คณะ กต.ตร.ภาคตำรวจ และหน่วยราชการ โดยมีการร่วมมือปฏิบัติงานทั้ง 6 ด้าน ที่เป็นประโยชน์ต่อชุมชนท้องถิ่นเป็นอย่ำงดีเสมอมา และมีผลงานเป็นที่ประจักษ์เรื่อยมา อีกทั้งยังมี กต.ตร.อีกหลายท่านที่ทุ่มเทเสียสละแรงกาย ทำงานร่วมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจเป็นระยะเวลาอันยาวนาน 

ซึ่งท่านผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ประธานพิธีในวันนี้ ได้ชมบอร์ดผลงานทั้ง 6 ด้าน ที่คณะ กต.ตร.ภาคประชาชนได้ร่วมมือกับ คณะ กต.ตร. ภาคตำรวจปฏิบัติงานสนับสนุน ร่วมมือ ร่วมใจช่วยเหลือกันและกันจนสัมฤทธิ์ผลที่ดีวันนี้จึงจัดให้มีการมอบโล่รางวัลและประกาศเกียรติคุณ ให้กับคณะ กต.ตร.ในสังกัด กองบัญชาการตำรวจนครบาล ทั้งในระดับกองบังคับการและสถานีตำรวจ พร้อมทั้งมอบประกาศเกียรติคุณ เพื่อยกย่องคุณงามความดี ที่ได้ทำงานร่วมกันมา เป็นขวัญกำลังใจ และความซาบซึ้งใจของคณะ กต.ตร. ทุกคนเป็นอย่างยิ่ง อันเป็นพลังใจของพวกเรา กต.ตร. ที่จะขับเคลื่อน ร่วมมือร่วมใจกันพัฒนาการทำงานตามภารกิจทั้ง 6 ด้าน โดยความร่วมมือกับพี่น้องข้าราชการตำรวจให้สำเร็จลุล่วงต่อไป และเพื่อให้เกิดความสงบสุขในชีวิตและทรัพย์สินของพี่น้องประชาชนในชุมชน ในสังคมตลอดไปและวันนี้ถือเป็นวันดี ที่ทุกท่านได้ร่วมกันแสดงมุทิตาจิต เพื่อเป็นการยกย่อง เชิดชูเกียรติในคุณงามความดี แด่ ท่าน พล.ต.อ. จักรทิพย์ ชัยจินดำ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ในครั้งนี้ด้วย

ต่อจากนั้น

– เปิดเพลงคนดีไม่มีวันตาย 

– ชมวิดีทัศน์ ประวัติผลงาน ของ พล.ต.อ.จักรทิพย์  ชัยจินดา ผบ.ตร. เพื่อแสดงมุทิตาจิตชื่นชมผลงานการปฏิบัติงานจนครบเกษียณอายุราชการ

– จัดมีการแสดงโขน ชุด “ยกรบ”

– พล.ต.ท.ภัคพงศ์ พงษ์เภตรา ผบช.น. แสดงมุทิตาจิตโดย มอบของที่ระลึกแด่ พล.ต.อ.จักรทิพย์  ชัยจินดา ผบ.ตร. 

– ดร.พีรวัฒน์  สุรเศรษฐ ประธาน กต.ตร.กทม. (ภาคประชาชน) แสดงมุทิตาจิตโดย

มอบของที่ระลึกแด่ พล.ต.อ.จักรทิพย์  ชัยจินดา ผบ.ตร. เนื่องในโอกาสเกษียณอายุราชการ 

– ผบ.ตร. มอบของที่ระลึก แด่ กต.ตร.กทม./ อนุ กต.ตร.บก.น.1-9

– ผบ.ตร.และ คณะมอบใบประกาศเกียรติคุณ แก่ กต.ตร.สน. 88 สน.

จากนั้น พล.ต.อ.จักรทิพย์  ชัยจินดา ผบ.ตร./ประธานการพิธีมอบเกียรติบัตรฯ และคำกล่าวขอบคุณ ว่า

“ขอขอบคุณท่าน กต.ตร.กทม. อนุ กต.ตร.บก.น.1-9 กต.ตร.สน. ทั้ง 88 สน.ที่มีผลการปฏิบัติงานทั้ง 6 ด้านอย่างเป็นรูปธรรม ซึ่งก่อให้เกิดประโยชน์ให้แก่ประชาชนและทางราชการเป็นอย่างดียิ่ง พร้อมทั้งขอแสดงความยินดีกับคณะกรรมการตรวจสอบและติดตามการบริหารงานตำรวจ ที่ได้รับมอบโล่รางวัลและใบประกาศเกียรติคุณ  ในวันนี้ เพราะพวกท่านถือเป็นส่วนสำคัญ ในการเชื่อมโยงและแสวงหาความร่วมมือระหว่างตำรวจกับประชาชนในพื้นที่ของกองบัญชาการตำรวจนครบาล ตามยุทธศาสตร์ที่ 3 การมีส่วนร่วมของประชาชนในการรักษาความสงบเรียบร้อยของสังคมอย่างยั่งยืน เพื่อให้เกิดเป็นนโยบายหรือแนวทางในการแก้ไขปัญหา รวมทั้งพัฒนาพื้นที่ต่างๆ  ที่เห็นได้ชัดเจน ก็คือ การดำเนินโครงการ กต.ตร.พบประชาชน ซึ่งบริหารจัดการโดย กต.ตร. และ ประชาชน โดยมีตำรวจเป็นพี่เลี้ยง ทำให้เกิดโครงการต่างๆ ในกิจการตำรวจทั้ง 6 ด้าน ที่สามารถแก้ไขปัญหา และพัฒนาพื้นที่ต่างๆ ได้อย่างแท้จริงและยั่งยืนและขอชื่นชมถึงความเสียสละของ กต.ตร. ที่ได้รับใบประกาศเกียรติคุณยกย่องเชิดชู ซึ่งบ่งบอกถึงการเป็นบุคคลที่ทรงคุณค่า ที่ได้ร่วมปฏิบัติงานกับทางราชการมาเป็นระยะเวลายาวนานและต่อเนื่อง หวังเป็นอย่างยิ่งว่า กต.ตร. ทุกท่าน จะยังคงช่วยสานต่ออุดมการณ์แห่งการมีส่วนร่วมเหล่านี้ต่อไปอย่างยั่งยืน เพื่อประโยชน์สูงสุดต่อการพัฒนาประเทศต่อไปเป็นอย่างดี 

ท้ายที่สุดนี้ ขออำนาจคุณพระศรีรัตนตรัยและสิ่งศักดิ์สิทธิ์ทั้งหลาย ในสากลจักรวาล พร้อมบุญญาธิการของพระบุรพกษัตริย์แห่งสยาม โปรดดลบันดาลประทานพรให้ท่านทั้งหลายประสบความสุข ความเจริญ สำเร็จกิจการงานทีมุ่งหวัง ให้สมปรารถนาทุกประการเทอญ”

 15.30 น. ปิดประชุม / เปิดเพลงขวัญดาว / ทักทาย กต.ตร. ที่มาร่วมงาน / เสร็จพิธี

#สมาคมหนังสือพิมพ์ส่วนภูมิภาค (สภท.55ปี)

#ธวัชชัยเฟื่องอนันต์รายงาน

#หนังสือพิมพ์ประชาไทออนไลน์

#T.Newsman007Online

กิจกรรมปลูกพืชอาหารช้างเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง เนื่องในวโรกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา

รายการคืนคุณให้แผ่นดิน สถานีวิทยุโทรทัศน์กองทัพบก

“ช้างป่าควรอยู่ในป่าเพียงแต่ต้องทำให้ป่านั้นมีอาหารช้างเพียงพอ… การปฏิบัติคือให้ไปสร้างอาหารในป่า เป็นแปลงเล็กๆ และกระจาย …กรณี ช้างออกมาที่ชายป่าต้องให้ความปลอดภัยกับช้างป่า” พระราชดำรัสของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร

เมื่อวันที่ ๕ กรกฎาคม พ.ศ.๒๕๔๒ ช้างเป็นสัตว์ที่พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศวร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ทรงรัก ทรงห่วงใย โดยเฉพาะช้างทางกุยบุรี และแก่งกระจาน ทรงห่วงใยมาตลอด ทรงช่วยหาที่อยู่ที่กินให้ช้าง จะได้ไม่กวนคน คนกับช้างจะได้มีปัญหากันน้อยที่สุด เช่นที่ กุยบุรี ประจวบคีรีขันธ์ ช้างมีความสำคัญมาตั้งแต่ครั้งประวัติศาสตร์ เคยช่วยรักษาบ้านเมือง กู้บ้านกู้เมือง ดังนั้นขอให้ช่วยกัน ดูแลมิให้ช้างถูกฆ่าอย่างทารุณเยี่ยงนี้เพื่อจะได้ไม่ผิดพระราชประสงค์ที่พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศวร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ทรงตั้งพระทัยที่จะให้มีการอนุรักษ์ช้างให้เป็นสัตว์คู่แผ่นดินสืบไป…” พระราชเสาวนีย์สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง

เมื่อวันที่ ๕ มกราคม พ.ศ.๒๕๕๕ กิจกรรมปลูกพืชอาหารช้างเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง เนื่องในวโรกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา ๑๒ สิงหาคม ๒๕๖๓ ณ หน่วยจัดการต้นน้ำปราณบุรี และอ่างเก็บน้ำห้วยป่าแดง อ.แก่งกระจาน จ.เพชรบุรี วัตถุประสงค์การจัดกิจกรรมปลูกพืชอาหารช้างในครั้งนี้ เพื่อเป็นการเฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง เนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา ๘๘ พรรษา ๑๒ สิงหาคม ๒๕๖๓ เป็นการสนองต่อพระราชดำริของพระองค์ ในการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสัตว์ป่า ในพื้นที่อุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน และหน่วยจัดการต้นน้ำปราณบุรี สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ ๓ โดยน้อมนำพระราขดำรัสของ พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศ มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร รัชกาลที่ ๙ ได้ทรงพระราชทานไว้ เมื่อครั้งเกิดความขัดแย้งรุนแรงระหว่างคนและช้างป่า นำมาเป็นแนวทางในการจัดกิจกรรมฯ ด้วยการสร้างแหล่งอาหารและแหล่งน้ำให้เพียงพอต่อความต้องการของช้างป่า ซึ่งเป็นหนทางหนึ่งที่จะช่วยป้องกันไม่ให้ช้างออกไปหากินนอกเขตอุทยานฯ และทำความเสียหายให้กับพืชสวนไร่นา ของราษฎร ทำให้คนกับช้างอยู่ร่วมกันอย่างมีความสุข

วัตถุประสงค์: 1. เพื่อเป็นการดำเนินการตามแนวพระราชดำรัสของ พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร และดำเนินการตามพระราชเสาวนีย์ของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง เพื่อเป็นการแสดงออกถึงความจงรักภักดี ต่อสถาบันพระมหากษัตริย์ และเป็นการเฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง เนื่องในวันเฉลิมพระชนมพรรษา 2. เพื่อเพิ่มแหล่งอาหาร และแหล่งน้ำให้เพียงพอต่อความต้องการของช้างป่าเป็นการป้องกันไม่ให้ช้างป่าออกไปทำความเสียหายให้แก่พืชไร่ของราษฎร 3. เพื่อสร้างจิตสำนึก ให้ราษฎรมีส่วนร่วมในการอนุรักษ์ช้างป่าให้มีจำนวนมากขึ้น มิให้สูญพันธุ์ไป และคนกัยบ้างในพื้นที่ สามารถอยู่ร่วมกันได้อย่างปกติสุขต่อไป 4. เพื่อเพิ่มความสมดุล ของระบบนิเวศน์ธรรมชาติ ช่วยคุ้มครองดูแลรักษาพันธุ์สัตว์ป่าในพื้นที่ให้มีความสมดุล

กองทัพภาคที่๑ โดย กองกำลังสุรสีห์ ผู้รับผิดชอบในพื้นที่หน่วยเฉพาะกิจทัพพระยาเสือ ร่วมกับ จังหวัดเพชรบุรี, อำเภอแก่งกระจาน, สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ ๓ สาขาเพชรบุรี, อุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน, หน่วยจัดการต้นน้ำปราณบุรี, ศูนย์ประสานงานโครงการพระราชดำริฯ จังหวัดเพชรบุรี, สมาคมอนุรักษ์สัตว์ป่า (WCS) ประเทศไทย, ศูนย์วิจัยและพัฒนาประมงน้ำจืดอำเภอท่ายาง, องค์การบริหารส่วนตำบลป่าเด็ง, โรงเรียนป่าเด็งวิทยา, โรงเรียนบ้านป่าเด็ง ประชาชนในพื้นที่ตำบลป่าเด็ง อำเภอแก่งกระจาน จังหวัดเพชรบุรี และพื้นที่ใกล้เคียงร่วมจัดงานกิจกรรม “ปลูกพืชอาหารช้าง เฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง เนื่องในโอกาส วันเฉลิม พระชนมพรรษา ๑๒ สิงหาคม ๒๕๖๓ ” เพื่อดำเนินการตามพระราชดำรัสของ พระบาทสมเด็จ พระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร และพระเสาวนีย์ของ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ในการดูแลช้างป่าและสัตว์ป่า และเพื่อเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง เฉลิมพระชนมพรรษา ๘๘พรรษา ๑๒ สิงหาคม ๒๕๖๓ โดยการสร้างแหล่งอาหารและแหล่งน้ำถาวร ให้ช้างป่า ป้องกันไม่ให้ช้างป่าออกมาสร้างความเสียหายให้กับพืชไร่ของราษฎร และป้องกันช้างป่าเสียชีวิต จากมาตรการป้องกันช้างป่ากินพืชไร่ของราษฎร ในพื้นที่หน่วยจัดการต้นน้ำปราณบุรี และอ่างเก็บน้าห้วยป่าแดง อำเภอแก่งกระจาน จังหวัดเพชรบุรี

พลตรี ฐกัด หลอดศิริ
ผู้บัญชาการกองพลทหารราบที่ ๙
ผู้บัญชาการกองกำลังสุรสีห์
ได้ให้เกียรติมาเป็นประธานพิธี

พันเอก กานต์นาท นิกรยานนท์
รองผู้บัญชาการกองพลทหารราบที่๙

พันเอก วินิจ สว่างเนตร
ผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจทัพพระยาเสือ

พันเอก เพรียว เลี้ยงชีพชอบ
รองผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจทัพพระยาเสือ

นาย ณัฐวุฒิ เพ็ชรพรหมศร
รองผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบุรี

นาย มานะ เพิ่มพูล
หัวหน้าอุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน

นาง จุฬาลัย ค้ำคูน
นักวิชาการเกษตรปฏิบัติการ

นาย สมปรอง คงจันทร์ รองนายกฯอบต.ป่าเด็ง

นาย สัมพันธุ์ นามประพันธุ์ ผู้จัดการส่วนการจัดการต้นน้ำ

นาย ประสูตร หอมบรรเทิง นิกรยานนท์
นายอำเภอแก่งกระจาน

นาย สมนาม พูลพิทักษ์ หัวหน้าจัดการต้นน้ำปราณบุรีสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษที่.3

นาย ทองใบ เจริญคง หัวหน้าศูนย์ข้อมูลอนุรักษ์ช้างป่าแก่งกระจาน-ผู้ประสานงานโครงการติดตามและจัดการปัญหาความขัดแย้งระหว่างคนกับช้างป่า-สมาคมอนุรักษ์สัตว์ป่า (WCS.)ประเทศไทย

นาย สหัส บุตรเล็ก กำนันตำบลป่าเด็งกิจกรรมปลูกพืชอาหารช้างเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวงเนื่องในวโรกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา ๑๒ สิงหาคม พ.ศ.๒๕๖๓

กิจกรรมภายในงาน ประกอบด้วย การปลูกพืชอาหารช้าง จำนวนทั้งสิน ๕๐ ไร่
และมีกิจกรรมย่อย
อีก ๗ กิจกรรม ได้แก่

  1. การจัดแสดงนิทรรศการจาก ๓ หน่วยงาน ได้แก่
  • นิทรรศการป่าต้นน้ำเฉลิมพระเกียรติ โดยโรงเรียนป่าเด็งวิทยา
  • นิทรรศการการปลูกหญ้าแฝก โดยศูนย์ปฏิบัติการโครงการจัดพัฒนาที่ดิน ตามพระราชประสงค์พลับ–กลัดหลวง
  • นิทรรศการการอนุรักษ์ช้างป่า โดยสมาคมอนุรักษ์สัตว์ป่า (WCS) ประเทศไทย
  1. กิจกรรม ปลูกพืชอาหารช้าง ได้แก่ ต้นไผ่,หวายป่า, หว้า, กล้วยป่า, หญ้าเนเปียร์ และการโรย เมล็ดพันธุ์หญ้ารูซี จินนี่ บาซ่า
  2. กิจกรรม ยิงเมล็ดพันธุ์พืช
  3. กิจกรรม ทำโป่งเทียม
  4. กิจกรรม สร้างฝายชะลอความชุ่มชื้น
  5. กิจกรรม ปล่อยพันธุ์ปลาน้ำจืด
  6. กิจกรรม ปลูกหญ้าแฝก
    กิจกรรมครั้งนี้มี ข้าราชการ ทหาร ตำรวจ พ่อค้าประชาชน และนักเรียนในพื้นที่อำเภอแก่งกระจานเข้าร่วมจำนวน ๑,๒๐๐ คนเข้าร่วมงานครั้งนี้ อย่าพลาดติดตามชมประมวลภาพกิจกรรมปลูกพืชอาหารช้างเฉลิมพระเกียรติฯ ในรายการคืนคุณให้แผ่นดิน ออกอากาศวันศุกร์ที่ ๔ กันยายน พ.ศ.๒๕๖๓ เวลา ๑๓.๔๐ – ๑๔.๐๐ น. สถานีวิทยุโทรทัศน์กองทัพบก
    คุณสุรีย์พร ดวงทอง
    คุณภูวฤทธิ์ พุ่มพวง
    พิธีกรดำเนินรายการคืนคุณให้แผ่นดิน

CR: ศิริพร จงศิริ
ผู้อำนวยใหญ่ผลิตรายการคืนคุณให้แผ่นดิน
สถานีวิทยุโทรทัศน์กองทัพบก

ร้อยเอ็ด…แม่ทัพภาคที่ 2 ติดตามโครงการธนาคารน้ำใต้ดิน เทศบาลตำบลท่าม่วง อำเภอเสลภูมิ

ร้อยเอ็ด…แม่ทัพภาคที่ 2 ติดตามโครงการธนาคารน้ำใต้ดิน เทศบาลตำบลท่าม่วง อำเภอเสลภูมิ

                   วันที่ 25 สิงหาคม 2563  เวลา 14.00 น. พล.ท. ธัญญา  เกียรติสาร แม่ทัพภาคที่ 2 เดินทางลงพื้นที่จังหวัดร้อยเอ็ด เพื่อศึกษาการลบริหารจัดการน้ำ และจัดทำโครงการธนาคารน้ำใต้ดินของเทศบาลตำบลท่าม่วง อำเภอเสลภูมิ จังหวัดร้อยเอ็ด ที่ ห้องประชุมเทศบาลตำบลท่าม่วง โดยมี นายวันชัย คงเกษม ผู้ว่าราชการจังหวัดร้อยเอ็ด พร้อมด้วย นายชำนาญ ชื่นตา รองผู้ว่าราชการจังหวัดร้อยเอ็ด พล.ต. ธวัชชัย แจ้งประจักษ์ ผู้บัญชาการมลฑลทหารบกที่ 27 พล.ต.ต. ไพโรจน์ มังคลา ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดร้อยเอ็ด นายสนอง ดลประสิทธิ์ หัวหน้าสำนักงานจังหวัดร้อยเอ็ด  ผู้นำท้องที่ท้องถิ่นร่วมให้การต้อนรับ 

           ทั้งนี้ การเดินทางมาตรวจเยี่ยมการบริหารจัดการน้ำและการจัดทำโครงการธนาคารน้ำใต้ดินของเทศบาลตำบลท่าม่วง เฉลิมพระเกียรติ ที่ ห้วยกระตึบ ที่เทศบาลตำบลท่าม่วงได้จัดทำโครงการธนาคารน้ำใต้ดิน เพื่อรองรับ น้ำแล้ง และน้ำท่วม ในพื้นที่ตำบลท่าม่วง อำเภอเสลภูมิ ขณะที่ตำบลท่าม่วง มีแม่น้ำชีเป็นแม่น้ำสายสายหลัก ทั้งใช้ทำการเกษตร อุปโภคและบริโภค เมื่อฤดูฝนจะมีน้ำหลากซึ่งส่งผลต่อพื้นที่การเกษตร ทำให้น้ำท่วมนาข้าว ในฤดูแล้งน้ำกลับไม่เพียงพอต่อการอุปโภคและบริโภค เทศบาลตำบลท่าม่วงจึงได้จัดทำโครงการธนาคารน้ำได้ดินเพื่อแก้ไขปัญหาดังกล่าว

           หลังจากนั้น แม่ทัพภาคที่ 2 และคณะ ได้เดินทางไป เยี่ยมชมระบบสูบน้ำพลังงานแสงอาทิตย์ บ้านหนองแดง หมู่ที่ 5 ตำบลท่าม่วง และเยี่ยมชมเครือข่ายการระบายน้ำใต้ดิน พื้นที่หนองตาเหล่า หมู่ 3 ตำบลท่าม่วง ตามลำดับ

////////

คมกฤช พวงศรีเคน ข่าว/ภาพ

อำนวย ระดาบุตร บก.ข่าว

สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดร้อยเอ็ด

ผู้เสียหาย ร้อง ปอท.เอาผิด “ท้าวแชร์ออนไลน์” เบี้ยว เชิดหนีสูญเงินกว่า 50 ล้านบาท

ผู้เสียหาย ร้อง ปอท.เอาผิด “ท้าวแชร์ออนไลน์” เบี้ยว เชิดหนีสูญเงินกว่า 50 ล้านบาท

เมื่อเวลา 13.00 น. วันที่ 25 ส.ค.63 ที่บก.ปอท. ตัวแทนกลุ่มผู้เสียหายแชร์ออนไลน์กว่า 30 คน เข้าแจ้งความกับพนักงานสอบสวน บก.ปอท. ให้ดำเนินคดีกับนายสมคิด ชาวท่าทราย ท้าวแชร์ออนไลน์ หลังจากไม่ยอมจ่ายค่าแชร์ให้ผู้เสียหายจำนวน 178 คน จากวงแชร์ 50 วง มูลค่าความเสียหายกว่า 50 ล้านบาท

หนึ่งในผู้เสียหาย กล่าวว่า รู้จักกับนายสมคิด เนื่องจากเป็นคนในพื้นที่จังหวัดสมุทรสาคร มาชักชวนให้ไปร่วมลงแชร์ ตั้งแต่ปี 2560 โดยมีการเปิดตั้งวงเล่นแชร์ผ่านแอพลิเคชั่นไลน์ และมีการเชิญชวนให้ลงแชร์แบบรายวัน ราย 7 วัน  ราย 15 วัน และราย 20 วัน โดยเริ่มต้นตั้งแต่มือละ 700-3,000 บาท และมีการสร้างไลน์กลุ่มปลอมซ้อนขึ้นมา เพื่อยักย้ายหมุนเวียนเงินของลูกแชร์ ทำให้วงแชร์มีความคึกคักและมีการเคลื่อนไหวตลอดเวลา ซึ่งในระยะแรก ก็ได้เงินต้นและดอกเบี้ยมากกว่าเงินต้นถึง 2 เท่าตัว จึงทำให้เกิดความน่าเชื่อถือ และจูงใจให้นำเงินมาลงทุนเพิ่ม แต่สุดท้ายพอลงเล่นวงต่อมาก็ไม่ได้เงินต้นและดอกเบี้ยแต่อย่างใด ถูกท้าวแชร์ทิ้งหนีไป นอกจากนี้นายสมคิดยังมีการสร้างโปรไฟล์ โดยอ้างว่ามีการซื้อบ้าน ซื้อที่ดิน ซื้อทอง อวดอ้างว่าตนเองร่ำรวย เพื่อให้คนเชื่อถือและหลงเชื่อ

กลุ่มผู้เสียหาย กล่าวอีกว่า วันนี้จึงมาแจ้งความเพื่ออยากให้ตำรวจดำเนินการจับกุมท้าวแชร์ เพราะไม่อยากให้ผู้อื่นหลงเชื่อตกเป็นเหยื่อเพิ่มเติมอีก ซึ่งก่อนหน้านี้กลุ่มผู้เสียหายได้รวมตัวแจ้งความในพื้นที่สภ.บ้านแพ้ว จังหวัดสมุทรสาคร ท้องที่เกิดเหตุมาแล้ว

เบื้องต้นแจ้งข้อหา ฉ้อโกงประชาชน ยักยอกทรัพย์ และความผิดฐานนำข้อมูลอันเป็นเท็จเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ ตาม พระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) คอมพิวเตอร์ เนื่องจากมีการสร้างไลน์ปลอมขึ้นมาหลอกลวงผู้เสียหาย

หลังจากนั้นกลุ่มผู้เสียหายได้เดินทางไปที่กระทรวงยุติธรรม ขอพบนายสามารถ เจนชัยจิตรวนิช ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงยุติธรรม เพื่อขอความช่วยเหลือด้วยอีกทางหนึ่ง

ออกแบบเว็บแบบนี้ด้วย WordPress.com
เริ่มต้น